ฉีดผิวขาว ลดน้ำหนัก จี้ไฝ เชียงใหม่

Facebook Instagram ENG | CHA

บำรุงผม แก้ศีรษะล้าน เชียงใหม่

บำรุงผม แก้ศีรษะล้าน

บำรุงผม แก้ศีรษะล้าน เชียงใหม่


บำรุงผม แก้ศีรษะล้าน

เส้นผมสามารถสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนและความมั่นใจของแต่ละบุคคลได้ ไม่ว่าจะทั้งชายและหญิงต่างก็ล้วนที่รักและต้องการดูแลเส้นผมของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆกับเส้นผม อาทิ ผมแห้งเสีย รังแคบนหนังศีรษะ รวมถึงปัญหาศีรษะล้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถบั่นทอนความมั่นใจเป็นอย่างมาก แถมยังทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูแย่ลงไปอีกด้วย

ปัญหาศีรษะล้านหรือปัญหาผมร่วงเป็นปัญหาที่รบกวนใจของบุคคลทุกเพศทุกวัย ซึ่งสามารถของการเกิดหนังศีรษะล้านนั้นล้วนมีสามารถและปัจจัยก่อให้เกิด อาทิเช่น  การดูแลไม่ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โรคบางชนิด ผมร่วงจากการทานยาบางชนิด หรือการฉายรังสี การลดน้ำหนักผิดวิธี ความเครียด และพันธุกรรมของบุคคลนั้นๆ ซึ่งทางปัญหานี้เหล่านี้ในปัจจุบันมีเทคนิคและอุปกรณ์ทางการแพทย์สามารถช่วยทำให้ลดปัญหาเหล่านี้ได้ โดยการปลูกเส้นผมจากหนังศีรษะ เป็นเทคนิคการปลูกเส้นผมที่นิยมในเชียงใหม่

การปลูกผม (Hair Transplantation) เป็นหนึ่งในการศัลยกรรมผิวหนังเพื่อแก้ไขปัญหาศีรษะล้าน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะนำเอาผมของตัวผู้เข้ารับการปลูกผมมาใช้ในการปลูกผม การปลูกผมจะต้องทำภายในสถานพยาบาล และใช้ยาชาเฉพาะที่ในขณะที่ทำการปลูกผม

โดยการปลูกผมสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1. การปลูกผมแบบตัดหนังศีรษะ (Follicular Unit Strip Surgery: FUSS) 
        เป็นวิธีปลูกผมที่นำหนังศีรษะบริเวณที่มีผมขึ้นมาเย็บติดกับหนังศีรษะบริเวณที่ไม่มีผม โดยบริเวณท้ายทอยที่ได้ทำการผ่าตัดเอาหนังศีรษะออกมาจะถูกเย็บปิดแผลและกลายเป็นแผลเป็นต่อไป
2. การปลูกผมแบบไม่ผ่าตัด (Follicular Unit Extraction: FUE) 

เป็นวิธีการปลูกผมที่นำเอากอผมจากบริเวณหนังศีรษะของผู้เข้ารับการปลูกผม ฝังลงบนหนังศีรษะ โดยวิธีนี้จะแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภทย่อย ๆ ได้แก่
1. การปลูกโดยใช้รากผมในปริมาณที่มาก (Slit Grafts) โดยจะใช้รากผม 4-10 รากต่อหลุมผมในแต่ละหลุม
2. การปลูกโดยใช้ปริมาณผมน้อย (Micro-Grafts) ใช้รากผมเพียง 1-2 รากต่อหลุมผมในแต่ละหลุม
        ในปัจจุบัน การปลูกผมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเชียงใหม่คือการปลูกผมแบบถาวร (FUE) เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้ผลดี อีกทั้งยังไม่ทำให้มีแผลเป็นจากการปลูกผมอีกด้วย


การเตรียมตัวก่อนจะทำการปลูกผม

1. งดทานยาที่สามารถก่อให้เลือดออกงาน 3  สัปดาห์ อาทิ แอสไพริน (Aspirin), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants), น้ำมันปลา (Fish Oil), เลซิทิน (Lecithin), กระเทียมเม็ด, วิตามิน E, วิตามิน A
2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
3. หากมียาที่ทานอยู่ประจำชนิดอื่นต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการผ่าตัด
4. พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนผ่าตัด ควรนอนอย่างน้อย 6 ชม.
5. รับประทานอาหารเช้าได้ตามปกติ แต่ไม่ควรเป็นมื้อใหญ่ 
6. สวมเสื้อผ้าที่สบาย ใส่และถอดง่าย เช่น เสื้อที่มีกระดุมติดด้านหน้าจะมีความเหมาะสมในการเปลี่ยนกลับบ้าน ไม่กระทบแผลเมื่อใส่กลับ

วิธีดูแลตนเองหลังการปลูกผม
1. ภายใน 24 ชม.แรกหลังผ่าตัด ห้ามแกะ เกา สัมผัสหรือถูกน้ำบริเวณที่ผมปลูก  เพราะกราฟท์มีโอกาสหลุดได้
2. หลังผ่าตัดให้รัดผ้ารัดศีรษะ(Head Band) ไว้จนครบ 24 ชม.จึงจะสามารถถอดออกได้
3. หลังผ่าตัดให้สระผมด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง โดยใช้เป็นน้ำฝักบัวชโลมเบาๆ ใช้แชมพูอ่อนถูให้เกิดฟองแล้วประทับเบาๆที่บริเวณผมปลูกโดยไม่ต้องขยี้ ปล่อยให้ฟองละลายคราบสกปรกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้น ชโลมน้ำเพื่อล้างฟองออก ส่วนแผลด้านหลังที่ท้ายทอยให้ล้างด้วยวิธีเดียวกัน แต่สามารถถูเบาๆ ได้ ทำอย่างนี้จนครบหนึ่งสัปดาห์  ควรสระผมทุกวัน อย่างน้อยวันล่ะ 1 ครั้ง
4. หลังผ่าตัดบริเวณแผลจะมีสะเก็ด และคราบน้ำเหลืองได้ หากสะเก็ดและคราบน้ำเหลืองแข็งมากให้ใช้น้ำมันบริสุทธิ์เช่นน้ำมันมะกอกชโลมก่อนสระผม ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วสะเก็ดจะยุ่ยหลุดง่ายขึ้นเมื่อล้างออก ทำได้ทั้งแผลที่ปลูกและแผลที่ตัดท้ายทอย
5. หลังผ่าตัดใหม่ๆ อาจมีอาการเจ็บระบมที่ท้ายทอย(ในกรณีที่มีการผ่าตัด) สามารถนอนราบได้ตามปกติ ให้ใช้หมอนรูปตัว U หนุนประคองตรงต้นคอเพื่อป้องกันการกดทับแผลที่ท้ายทอย หรือใช้ผ้าเช็ดตัวมาม้วนแล้ววางหนุนต้นคอแทนได้ ไม่แนะนำให้นอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะจะทำให้หน้าบวมในวันต่อๆมา
6. ควรหลีกเลี่ยงการให้ศีรษะถูกแสงแดดโดยตรงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
7. ในกรณีที่มีอาการบวมบริเวณศีรษะ หรือหนังตาหลังผ่าตัด อาจใช้น้ำแข็งประคบบริเวณหน้าผากได้ แต่ห้ามประคบน้ำแข็งบริเวณศีรษะที่ได้รับการปลูกผมเด็ดขาด
8. ในกรณีที่มีสะเก็ดเลือดบริเวณผ่าตัดปลูกผม ห้ามแกะเด็ดขาด สะเก็ดเลือดเหล่านี้จะหลุดเองโดยธรรมชาติ ภายใน 2 สัปดาห์
9. ห้ามดื่มสุราหรือสารมึนเมาภายใน 48 ชม.หลังผ่าตัด
10. สามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก เช่นออกกำลังกายหนัก ซาวน่า สตีม หลีกเลี่ยงฝุ่นควันและที่ชุมชนแออัด และห้ามว่ายน้ำเป็นเวลา 1 เดือน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ
11. สำหรับผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เริ่มใช้ได้ตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัดแต่หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงที่แผล โดยพยายามให้ใช้เฉพาะปลายผมจนกว่าแผลจะหายแดง (เฉลี่ย 2 สัปดาห์)
12. หลีกเลี่ยงการย้อมผมหรือโกรกหรือดัดเป็นเวลา 1 เดือน
13. สามารถตัดผมได้ที่ร้านได้ตามปกติตั้งแต่ 2 สัปดาห์เป็นต้นไป
14. หลังการผ่าตัดปลูกผม 1 วัน คนไข้จะต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ติดตามผลการผ่าตัด
15. หลังการผ่าตัดปลูกผม 7 วัน คนไข้จะต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการตัดไหม(ในกรณีที่ ทำศัลยกรรมปลูกผมแบบ FUT)
16. หลังการผ่าตัดปลูกผม 90 วัน คนไข้จะต้องเข้ามาพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบเส้นผมที่เกิดจากการผ่าตัด

การปลูกผมด้วยวิธีการศัลยกรรมมีภาวะแทรกซ้อนที่ควรระมัดระวังและผลข้างเคียงที่อาจพบได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดมาจากการติดเชื้อ เช่น
1. เลือดออกมากผิดปกติ
2. เกิดการติดเชื้อบนหนังศีรษะ
3. หนังศีรษะบวม
4. มีรอยช้ำบริเวณรอบดวงตา
5. มีแผลตกสะเก็ดหรือน้ำเหลืองที่บริเวณหนังศีรษะที่ทำการปลูกผม หรือบริเวณที่ผมถูกย้ายไปปลูกที่อื่น
6. รู้สึกชาหรือไม่มีความรู้สึกบริเวณหนังศีรษะที่ทำการปลูกผม
7. มีอาการคัน
8. แผลเป็นบนหนังศีรษะจากการปลูกผม
9. เกิดอาการอักเสบหรือการติดเชื้อที่ต่อมขุมขน (Folliculitis)
10. นอกจากนี้ยังอาจพบอาการผมร่วงที่ได้รับการปลูกถ่ายร่วงอย่างกะทันหัน ซึ่งเรียกว่า (Shock Loss) แต่จะเกิดขึ้นชั่วคราว เพราะหลังจากนั้นผมจะเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าหากเวลาผ่านไปแล้วผมยังไม่ขึ้นหรือมีอาการอักเสบ อาการติดเชื้อเกิดรุนแรงขึ้นควรจะรีบกลับไปพบแพทย์
 


อ้างอิง :
1. http://theworldmedicalcenter.com/th/new_site/health_article/detail 
 2.https://www.pobpad.com/