Filler คืออะไร ช่วยรักษาปัญหาผิวพรรณได้อย่างไร

Filler คืออะไร ช่วยรักษาปัญหาผิวพรรณได้อย่างไร

ผิวหนังมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญคือใยคอลลาเจน มีหน้าที่สำคัญโดยเป็นองค์ประกอบที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณมีรูปทรงเต่งตึง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเข้าสู่วัยชรา พบว่าใยคอลลาเจนจะค่อย ๆ มีจำนวนลดน้อยลง มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผิวหนังจะมีลักษณะบางลง เกิดริ้วรอยริ้วรอยเหี่ยวย่น เพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว จึงมีความพยายามหาทางแก้ไขโดยการฉีดสาร Filler จากภายนอกเข้าไปในผิวหนังเพื่อทดแทน ใยคอลลาเจนที่สลายไป

หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “Filler” ประเภทของ Filler1. แบบชั่วคราว (Temporary Filler) มีอายุใช้งานประมาณ  6-12 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ในกลุ่มนี้ได้แก่สารพวก ไฮยารูโรนิกแอซิก Hyaluronic acid หรือ HA2. แบบถาวร (Permanent Filler) เช่น ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไป ไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงระยะยาว

ข้อชี้บ่งสำหรับการรักษาปัญหาผิวพรรณ ในปัจจุบัน Filler ถูกนำมาใช้รักษาทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย เราสามารถใช้ Filler การรักษาปัญหาผิวพรรณได้ดังนี้1. แก้ไขปัญหาริ้วรอยของผิวอันเนื่องมาจากวัย เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และร่องแก้ม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วย Filler โดยการฉีด Filler จะสามารถเติมเต็มใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ริ้วรอยบริเวณดังกล่าวตื้นขึ้น สภาพผิวดูดีขึ้น

โดยริ้วรอยที่เหมาะกับการฉีด filler ควรเป็นริ้วรอยที่ไม่ได้เกิดเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว Static line หากริ้วรอยดังกล่าว มีเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว แนะนำฉีด botox เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแทน 2. แก้ไขปัญหาแผลเป็นชนิดผิวบุ๋ม เช่น การเกิดแผลบุ๋มจากสิวอักเสบ เป็นต้น กรณีดังกล่าวนี้สามารถใช้ Filler เติมเต็มทำให้แผลบุ๋มดีขึ้น อย่างไรก็ตามต้องเลือกชนิดแผลผิวบุ๋มที่เหมาะสมต่อการรักษา โดยแผลนั้นต้องไม่มีพังผืดในบริเวณใต้แผลบุ๋ม มิฉะนั้นผลการรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควร

  1. การใช้ Filler ฉีดเพื่อเสริมเนื้อเยื่อผิวหนังให้มีลักษณะนูนเต็มขึ้นกว่าเดิม (Augmentation) เช่น เสริมจมูก เสริมคาง ริมฝีปาก หรือฉีดเพื่อทำให้รูปทรงของหน้าดูอวบอิ่มกว่าเดิม ปัญหาแทรกซ้อนภายหลังการฉีด Filler จะเห็นได้ว่าเราสามารถใช้ Filler ฉีดเพื่อเติมเต็มให้แก่เนื้อเยื่อได้หลาย ๆ ส่วน อย่างไรก็ตามผู้ที่ทำการรักษาต้องเลือกชนิด และขนาดโมเลกุลของ Filler ให้เหมาะสมกับผิวหนังในแต่ละตำแหน่ง