สิวที่หลังเกิดจากอะไร รักษาทำไง ใช้อะไรดี

สิวที่หลังเกิดจากอะไร รักษาทำไง ใช้อะไรดี#รักษารอยสิว

 

สิวที่หลัง#รักษารอยสิว ถึงแม้จะเกิดขึ้นในบริเวณใต้ร่มผ้าที่ไม่มีใครมองเห็น แต่ในบางครั้งก็อาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณสาวๆ ต้องเสียความมั่นใจในการแต่งตัวได้เหมือนกัน #รักษารอยสิวโดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาต้องสวม ชุดราตรี เสื้อสายเดี่ยว หรือชุดเจ้าสาวที่ต้องเผยอวดโชว์แผ่นหลัง#รักษารอยสิว

 

นอกจากนี้ หากสิวที่หลังเกิดการอักเสบ เวลาเสียดสีกับเสื้อผ้าก็ยิ่งเกิดความเจ็บปวดและอักเสบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นปัญหาเรื่องสิวที่หลัง#รักษารอยสิว จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยมองข้าม #รักษารอยสิวและควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษามากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว

 

สาเหตุ และการป้องกันการเกิดสิวที่หลัง#รักษารอยสิว

 

ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนว่า #รักษารอยสิวอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นที่หลัง พร้อมกับมารู้จักกับวิธีการรับมือ และการป้องกันการเกิดสิวขึ้นที่หลัง ว่ามีวิธีการอย่างไรกันบ้าง? #รักษารอยสิว

 

  1. การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดสิวที่หลัง #รักษารอยสิวคุณสาวๆอาจไม่ทันเอะใจว่า การอาบน้ำอุ่นจะทำให้เกิดสิวขึ้นทีหลัง ถ้าหากอากาศไม่หนาวมาก แนะนำให้อาบน้ำเย็นในอุณภูมิปกติจะดีกว่า#รักษารอยสิว

 

  1. การสวมใส่ผ้าเนื้อหนาที่ระบายอากาศได้ไม่ดีทำให้เกิดสิว เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้น นำไปสู่การเกิดเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ คราบสกปรก#รักษารอยสิว จนกระทั่งเกิดการอุดตันของรูขุมขน จนก่อให้เกิดสิวขึ้นที่แผ่นหลัง#รักษารอยสิว

 

  1. ความไม่สะอาดของเครื่องนอน #รักษารอยสิวเพราะเครื่องนอน เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน เป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสเป็นเวลานานในแต่ละวัน หากไม่ทำความสะอาดบ่อยๆก็จะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียได้#รักษารอยสิว
  2. การทานอาหารประเภททอดๆ #รักษารอยสิวมันๆ อาหารประเภททอดๆ มันๆ #รักษารอยสิวจะทำให้เกิดสภาวะผิวมันขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดสิวที่หลังขึ้นได้ง่าย#รักษารอยสิว

 

  1. สบู่เหลว#รักษารอยสิว อาจทำให้เกิดสิวที่หลัง#รักษารอยสิว เพราะสบู่เหลวมักที่จะชำระล้างออกได้ยากกว่าสบู่ก้อน ซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนผิว#รักษารอยสิว จนเกิดการอุดตันของรูขุมขนนำไปสู่การเกิดสิวขึ้นในท้ายที่สุด#รักษารอยสิว

 

  1. แชมพู #รักษารอยสิวอีกหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง#รักษารอยสิว เมื่อสระผม คราบสกปรกจะไหลลงไปที่แผ่นหลังพร้อมกับฟองของแชมพู #รักษารอยสิวโดยเฉพาะคนที่สระผมหลังจากที่อาบน้ำจะมีโอกาสเกิดสิวที่หลังมากกว่าปกติ ดังนั้นควรที่จะทำการสระผมก่อนอาบน้ำ #รักษารอยสิวแล้วค่อยฟอกสบู่บริเวณที่ฟองแชมพูไหลลงไปโดนหลังเพื่อล้างคราบสกปรกออกไปให้หมด#รักษารอยสิว

 

  1. เปลี่ยนชุดนอนทุกวัน สำหรับบางคนที่สวมชุดนอน 2-3 วัน ซ้ำ โดยที่ไม่เปลี่ยน แนะนำให้ทำการเปลี่ยนชุดนอนทุกวัน เพราะเวลาที่เรานอน แผ่นหลังต้องสัมผัสกับชุดนอนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดการอับชื้นสะสมแบคทีเรียและคราบสกปรกเอาไว้ เมื่อใส่ชุดนอนซ้ำๆ คราบสกปรกก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เกิดสิวที่หลังขึ้น

 

 

 

  1. เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันและไขมันผสม#รักษารอยสิว เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้เมื่อล้างออกไม่หมด#รักษารอยสิว หรือไม่ใช้คลีนเซอร์ช่วยในการล้างออกจะทำให้เกิดสิวขึ้น#รักษารอยสิว

 

  1. หลังอาบน้ำเสร็จให้เช็ดตัวและเป่าผมให้แห้ง#รักษารอยสิว พร้อมกับระวังอย่าให้ผมที่เปียกน้ำสัมผัสกับแผ่นหลังของตัวเอง และพยายามเช็ดตัวและเป่าผมให้แห้งทุกครั้งก่อนที่จะสวมเสื้อผ้า

 

  1. เลือกใช้สบู่ที่มีสารยับยั้งแบคทีเรีย#รักษารอยสิว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวที่หลังขึ้น#รักษารอยสิว

 

  1. สิวที่หลังมักเกิดขึ้นมาจากเหงื่อและแห้งไปกับตัว #รักษารอยสิวถ้าหากเป็นไปได้พยายามอาบน้ำหลังจากที่มีเหงื่ออกแล้วเช็ดตัวให้แห้ง#รักษารอยสิว

 

  1. ใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์อ่อน #รักษารอยสิวในการซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน#รักษารอยสิว เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองของผิวหนังและลดการเกิดสิวที่หลัง #รักษารอยสิว

 

 

วิธีรักษาสิวที่หลังอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง#รักษารอยสิว

 

เมื่อเกิดสิวที่หลังขึ้นมาแล้ว #รักษารอยสิวคุณสาวๆ สามารถที่จะเริ่มรักษาได้ด้วยตัวเอง#รักษารอยสิว ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้#รักษารอยสิว

 

  1. เริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงการระคายเคืองของผิวหนัง #รักษารอยสิวไม่ควรขัด ถู#รักษารอยสิว ผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะยิ่งรุนแรงกับผิวมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น#รักษารอยสิว

 

  1. ใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณที่เป็นสิวหลังอาบน้ำ #รักษารอยสิวซึ่งควรใช้โทนเนอร์สำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ หรือใช้โทนเนอร์ที่เราใช้กับใบหน้าอยู่เป็นประจำทุกวัน #รักษารอยสิวที่ใช้แล้วไม่เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า#รักษารอยสิว

 

  1. ทายาแต้มหัวสิว#รักษารอยสิว โดยใช้ยาแต้มหัวสิวที่ใช้กับใบหน้า #รักษารอยสิวซึ่งในปัจจุบันมียาแต้มหัวสิวที่ได้รับการแนะนำ และได้รับความ #รักษารอยสิว
  2. รับประทานยารักษาสิว#รักษารอยสิว โดยยาที่ใช้ควรเป็นยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ#รักษารอยสิว ที่จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงไปภายใน 2-4 สัปดาห์#รักษารอยสิว

 

  1. ทายาแป้งรักษาสิว#รักษารอยสิว เป็นยาที่มีลักษณะคล้ายแป้งน้ำสำหรับทาเพื่อรักษาสิวที่หลัง ซึ่งจะทำให้สิวหลุดง่าย แต่ต้องใช้เวลาเวลาสักระยะหนึ่งประมาณ 4-6 สัปดาห์ ข้อดีคือ #รักษารอยสิวสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง#รักษารอยสิว

 

อย่างไรก็ตาม #รักษารอยสิววิธีการรักษาที่ได้แนะนำมาแล้วในตอนต้นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ #รักษารอยสิววิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรก ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยเลยตามเลยจนทำให้สิวที่หลังเกิดขึ้น#รักษารอยสิว เราควรที่จะเริ่มต้นปกป้องแผ่นหลัง#รักษารอยสิว

www.primadonnaclinic.com