ไฝ เนื้องอก ที่พบบ่อยต้องทำการจี้ไฝออก(2)

ไฝ เนื้องอก ที่พบบ่อยต้องทำการจี้ไฝออก(2)

จี้ไฝหากแพทย์ไม่แน่ใจว่าไฝนั้นเป็นมะเร็งของผิวหนังหรือไม่ ก็จำเป็นต้องส่งชิ้นเนื้อที่ตัดออกมาไปให้พยาธิแพทย์ส่องกล้องตรวจดูว่า มีเซลล์มะเร็งปนอยู่หรือไม่ ไฝบางอย่างมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็งมากกว่าไฝทั่วๆไป เช่น ไฝที่เป็นตั้งแต่กำเนิด โดยเฉพาะไฝที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “congenital pigmented nevi”

จี้ไฝไฝชนิดหนึ่งที่มีสีไม่สม่ำเสมอ ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า “dys-plastic nevi” มีโอกาสเป็นมะเร็งของผิวหนังได้มากกว่าปกติ ไฝพวกนี้มักมีขนาดใหญ่กว่าไฝปกติ ซึ่งมักมีขนาดเล็กกว่ายางลบที่ติดดินสอ และมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ ไฝชนิด dys-plasticเชื่อกันว่าไฝที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 0.6 เซนติเมตร

จี้ไฝมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้สูงกว่าไฝที่มีขนาดเล็กกว่านั้น ไฝชนิด dys-plastic นี้มักมีสีไม่สม่ำเสมอ มีตรงกลางค่อนข้างสีดำน้ำตาลและมีขอบสีจางกว่า ไฝชนิดนี้มักมีประวัติครอบครัวร่วมด้วย มีการประมาณว่าคนอเมริกันหนึ่งคนในทุกๆ 25 คนมีไฝชนิดนี้ ผู้ที่มีไฝชนิดนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งของผิวหนัง

ที่เกิดจากไฝมากกว่า 10 เท่า ของผู้ที่เป็นไฝทั่วไป หากมีข้อสงสัยว่าเป็นไฝแบบไหน และจะมีอันตรายหรือไม่ ก็ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังการรักษาการรักษาโดยใช้แสงเลเซอร์ แพทย์จะทายาชาไว้ประมาณ 45 นาที แล้วจึงใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา โดยใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที

การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีด แล้วจึงทำการผ่าตัดโดยใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ในการผ่าตัดไฝออก   ปัจจุบันพบว่าโดยทั่วไปมีการรักษากันเอง โดยใช้น้ำปูนผสมสบู่ทาบ้าง ใช้กรดกัดบ้าง ซึ่งมีน้อยรายนักที่โชคดี ไฝ หลุดไปโดยไม่มีแผลเป็น แต่ส่วนใหญ่กรดมักจะทำลายกัดผิวหนังลึกเกินไป จนเกิดเป็นรอยบุ๋มหรือแผลเป็นนูน