โบท็อกซ์กราม5

โบท็อกซ์กราม5
โบท็อกซ์กรามโดยส่วน 2 ที่ปลิวกระจายไปอาจจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาได้ทำให้ดื้อโบท็อกตามมา4. ไม่ควรใช้จำนวนยูนิตในแต่ละครั้งเกิน 300 ยูนิตเพราะจะเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานได้ง่ายขึ้น และ ควรหลีกเลี่ยงเทคนิคการฉีดที่ไม่ได้ฉีดโบท็อกเข้าในกล้ามเนื้อโดยตรง
โบท็อกซ์กราม เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา และ ไม่ควรใช้จำนวนยูนิตน้อยเกินไปในแต่ละจุด เพราะจะทำให้หมดฤทธิ์ไวและต้องฉีดบ่อยขึ้นก็จะเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกได้เช่นกันครับ ซึ่งหมอจะเป็นผู้ประเมินและแจ้งคนไข้ครับว่าควรใช้กี่ยูนิต จึงจะเหมาะสม
โบท็อกซ์กราม5. ระหว่างการฉีดควรประคบด้วยความเย็น เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบๆ บริเวณที่ฉีด จะทำให้โบท็อกอยู่เฉพาะจุดที่หมอต้องการจะฉีด ไม่ปลิวออกไปหลังฉีดโบท็อกควรปฎิบัติตัวแบบไหนที่จะทำให้ โบท็อกสลายช้าที่สุด6.1 หลังฉีดโบท็อกทันทีในแต่ละบริเวณ ควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง
และหลังจากฉีดเสร็จทั้งหมด ควรบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมดที่ฉีดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด เหลือส่วนที่จะปลิวไปน้อยที่สุด แต่ช่วงหลังฉีดที่ขยับกล้ามเนื้อ ก็ไม่ควรประคบเย็นเพราะจะขัดขวางการดูดโบท็อกเข้าเซลล์ประสาท
(นั่นคือเราใช้ความเย็นบล็อกรอบ ๆ ตอนฉีด แล้วขยับกล้ามเนื้อหลังฉีดเพื่อดึงโบท็อกเข้าเซลล์ครับ)ก่อน-หลังฉีดโบท็อกและข้อห้ามการฉีดโบท็อก โบท็อกหน้าผาก, โบท็อกหางตา, โบท็อกขมวดคิ้วหลังฉีด เราควรรีบขยับกล้ามเนื้อแบบในรูปฝั่งซ้ายมือทันทีครับ ถ้าฉีดกรามก็ใช้วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกัดฟันทันทีหลังฉีด
#ลดเหนียง#Ultheraเชียงใหม่#Hifuเชียงใหม่#Primadonnaclinic#ร้อยไหมเชียงใหม่#หน้าเรียวเชียงใหม่#ลดกราม#พรีมาดอนน่าคลินิก#ฉีดผิวขาว#ไฮฟู่เชียงใหม่#เมโสแฟต#โบท็อกซ์กราม#วีเชฟ#หน้าเรียว#จี้ไฝ#ไฮฟู่