อันตรายจากครีมแก้ฝ้า ลดกระ ที่ไม่ได้มาตรฐาน2

อันตรายจากครีมแก้ฝ้า ลดกระ  ที่ไม่ได้มาตรฐาน2

อันตรายที่มากับ สารไฮโดรคิวโนน (Hydroquinone) การใช้ไฮโดรควิโนนจะมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก หากหยุดใช้ฝ้ากระ จะดำหนาขึ้นกว่าเดิม และเกิดเป็นฝ้าถาวร มีลักษณะเป็นเหมือนเม็ดงาดำเล็กๆอยู่ใต้ผิวหน้ารักษายากกว่าเดิม และรักษาไม่หายขาด ถ้าหากคุณใช้ไฮโดรควินโนน ร่วมกับกรดเรทิโนอิกหรือกรดวิตามินเอ นานกว่า6เดือน จะทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเกิดเป็นฝ้ากระถาวรสีน้ำเงินอมดำฝังลึกกว่าเดิมแน่นอน!

นอกจากรอยฝ้ากระฝังลึกแล้ว ผิวหน้าคุณยังสามารถพังได้มากกว่านี้อีก ควรใช้สารไฮโดรคิวโนน(Hydroquinone) ในความควบคุมของแพทย์ ต้องใช้กับคนทีมีปัญหาจริงๆ คือเป็นฝ้า หรือมีรอยด่างดำจากปัญหาสิว แผลเป็นจากสิว ต้องมีเปอร์เซ็นต์ของตัวยาที่แน่นอน ฝ้าจะใช้ความเข้มข้นสูงกว่า รอยดำจากสิว ควรใช้ในระยะเวลาที่จำกัด ไม่ควรใช้นานเกินไป และควรมีวิธีถอยยาโดยผู้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเหมาะสมกว่า

ข้อควรระวัง หากไม่อยากให้ฝ้าตามมา สิ่งที่ควรระวังและควรคำนึงถึงอยู่สม่ำเสมอคือ การออกแดด ซึ่งทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงแดดทำร้ายผิวหน้าให้เกิดฝ้าได้ หากไม่อยากให้ฝ้า กระ ตามรังควานใจ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ หากงานที่คุณทำอยู่เป็นประจำไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ ควรทาครีมกันแดดค่า SPF50 PA+++ ก่อนออกจากบ้าน 15 นาที

และควรทาซ้ำทุกๆ 80 นาที พร้อมทั้งใส่หมวก หรือกางร่ม จะเป็นการดีในการรักษาฝ้าบนผิวหน้าของคุณได้ในระดับที่ดีเลยทีเดียว ถ้าหากใบหน้าของคุณเกิดฝ้าแล้ว ควรเลือกใช้ครีมแก้ฝ้าที่ได้มาตราฐานปลอดภัยต่อสภาพผิวหน้าของคุณ แต่ครีมแก้ฝ้าแบบไหนบ้างที่จะเข้ากับสภาพผิวและปลอดภัยต่อใบหน้าของคุณจริงๆล่ะ? สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า ร่องรอยกระบนใบหน้าชัดเจนนั้นเกิดจากหลายปัจจัยที่ทำให้ผิวบางลง

สาเหตุการเกิดฝ้า กระฝังลึกนั้น   ฝ้า มักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า