สูตรอาหารลดความอ้วนที่ได้ผลภายใน 7 วัน

 

เป็นสูตรอาหารที่สามารถช่วยให้คุณ#ลดความอ้วน ได้ภายใน 7 วัน แต่ในระหว่างการ#ลดความอ้วน ด้วยสูตรอาหารนี้ เพื่อให้ได้ผลดีคุณควรออกกำลังควบคู่กันไปด้วย#ลดความอ้วน แต่ใครจะเลือกแค่รับประทานอาหารอย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าคุณทำควบคู่กับการออกกำลังกาย#ลดความอ้วน น้ำหนักที่ลดจะมากกว่าการรับประทานอาหาร#ลดความอ้วน อย่างเดียว และการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยในเรื่องของการ#ลดความอ้วน แล้ว การออกกำลังกายยังมีประโยชน์ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง#ลดความอ้วน มีภูมิต้านทานโรคต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย สำหรับใครที่สนใจสูตรอาหาร#ลดความอ้วน ภายใน 7 วัน และอยากลองปฏิบัติ#ลดความอ้วน สามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน#ลดความอ้วน ดังต่อไปนี้

วันที่ 1

ตอนเช้า ให้รับประทาน ไข่ดาว 1 ฟอง กับไก่ทอดไม่ติดหนัง1 ชิ้น#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน#ลดความอ้วน ให้รับประทาน ไก่ย่าง 1 ชิ้นกับเกาเหลาผัก1 ถ้วย สามารถเลือกผักได้ตามชอบ#ลดความอ้วน

ตอนเย็น ให้รับประทานสลัดผักปริมาณตามต้องการ แต่ควรเป็นน้ำสลัดที่มีไขมันต่ำ รับประทานคู่กับกาแฟ 1 ถ้วย โดยกาแฟให้ใส่ครีมเทียมได้1 ช้อนชา#ลดความอ้วน และใส่น้ำตาลได้1/2 ช้อนชา#ลดความอ้วน

วันที่ 2

ตอนเช้า ให้รับประทาน สลัดผัก 1 ชาม กับไส้กรอก 2 ชิ้น น้ำสลัดให้เลือกเป็นแบบไขมันต่ำ#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน ให้รับประทานต้มจืดไก่ใส่ผัก#ลดความอ้วน เลือกผักตามต้องการ รับประทานคู่กับผัดผักเลือกใส่เนื้อสัตว์ได้ตามต้องการ#ลดความอ้วน

ตอนเย็น ให้รับประทาน น้ำพริกกับผักสด สามารถเลือกผักได้ตามต้องการ#ลดความอ้วน และสามารถทานได้ตามปริมาณที่ต้องการ#ลดความอ้วน

วันที่ 3

ตอนเช้า ให้รับประทานต้มจืดเลือดหมู 1 ถ้วย#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน ให้รับประทานเกาเหลาผัก 1 ถ้วย#ลดความอ้วน

ตอนเย็น ให้รับประทานยำปลากระป๋อง โดยให้รับประทานแกล้มกับผักสด สามารถเลือกผักได้ตามชอบ#ลดความอ้วน และสามารถรับประทานได้ตามต้องการ ให้รับประทานคู่กับต้มจืดตำลึง 1 ถ้วย#ลดความอ้วน

วันที่ 4

ตอนเช้า ให้รับประทานไข่ดาว 1 ฟอง คู่กับแฮม 1 ชิ้น

ตอนกลางวัน ให้รับประทานเนื้อสัตว์ตุ๋น โดยให้รับประทานคู่กับถั่วฝักยาว#ลดความอ้วน

ตอนเย็น#ลดความอ้วน ให้รับประทานน้ำพริกปลาทู โดยให้รับประทานแกล้มกับแตงกวาและกะหล่ำปลี ในปริมาณตามต้องการ#ลดความอ้วน

วันที่ 5

ตอนเช้า ให้รับประทานไข่เจียวหมูสับ 1 ฟอง รับประทานกับถั่วฝักยาว#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน ให้รับประทานไก่ตุ๋น 2 น่อง รับประทานคู่กับผักสด สามารถเลือกผักได้ตามชอบ#ลดความอ้วน

ตอนเย็น ให้รับประทานเนื้อสัตว์ผัดกระเพรา สามารถเลือกเนื้อสัตว์ได้ตามชอบ#ลดความอ้วน

วันที่ 6

ตอนเช้า ให้รับประทาน แฮม 2 ชิ้น#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน ให้รับประทานส้มตำ กับเกาเหลาผักต่างๆ ตามต้องการ#ลดความอ้วน

ตอนเย็น #ลดความอ้วน ให้รับประทานชะอมชุบไข่ทอด ปลาทูทอด 1 ตัว รับประทานร่วมกับผักสด โดยสามารถเลือกรับประทานผักได้ตามต้องการ#ลดความอ้วน

วันที่ 7

ตอนเช้า #ลดความอ้วน ให้รับประทานเนื้อไก่ย่างไม่ติดหนัง 1 ชิ้น รับประทานคู่กับผักสด สามารถเลือกผักได้ตามต้องการ#ลดความอ้วน

ตอนกลางวัน ให้รับประทานสลัดเนื้อสัน กับไก่ตุ๋น#ลดความอ้วน

ตอนเย็น ให้รับประทานปลานึ่งร่วมกับต้มจืดผักต่างๆ โดยสามารถเลือกใส่เต้าหู้ลงไปด้วยได้#ลดความอ้วน

อาหาร#ลดความอ้วน สไตล์เกาหลีที่คุณก็ทำเองได้

พอพูดถึงอาหาร#ลดความอ้วน สาว ๆ ทั้งหลายคงนึกไปถึงอาหารจำพวกผักละผลไม้ที่ดูจืดชืดไม่มีสีสันและ#ลดความอ้วน ไม่ชวนให้รับประทานเอาเสียเลย แต่ไม่ต้องห่วงไปครับวันนี้ผมมีเมนู#ลดความอ้วน พิเศษที่จะมาแนะนำให้กับคุณๆ ทั้งหลายที่เบื่อกับอาหาร#ลดความอ้วน ในแบบเดิมๆ มาหลีกหนีความซ้ำซากจำเจกับเมนู “เส้นบุกผัดกิมจิ” #ลดความอ้วน สไตล์เกาหลีกันครับ

ส่วนผสมหลักๆ ที่จะนำมาทำ “เส้นบุกผัดกิมจิ” นั้น ก็คือ#ลดความอ้วน เส้นบุกกับกิมจินั่นเอง ในส่วนของเส้นบุกนั้นเหล่าแฟนคลับนัก#ลดความอ้วน ทั้งหลายคงรู้สรรพคุณของมันดีอยู่แล้วว่า เป็นวัตถุดิบที่ให้พลังต่ำและ#ลดความอ้วน เป็นที่นิยมของผู้ที่ต้องการ#ลดความอ้วน อยู่แล้ว แต่ที่อยากนำเสนอก็คือ กิมจิ#ลดความอ้วน ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของชาวเกาหลีและ#ลดความอ้วน ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ของอาหาร#ลดความอ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งในกิมจิจะเต็มไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย#ลดความอ้วน เช่น เกลือแร่ วิตามิน กากใยอาหาร โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ก๊าซคาร์บอนแอนตี้ไบโอติค กรดอะมิโน#ลดความอ้วน รวมทั้งยังมีกรดแลคติคและแบคทีเรียชนิดดี#ลดความอ้วน ที่จะช่วยให้ลำไส้และระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างสมบูรณ์#ลดความอ้วน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ได้อย่างเป็นปกติ#ลดความอ้วน และที่สำคัญไม่ทำให้อ้วนด้วย#ลดความอ้วน

มาเข้าสู่การการทำเมนู “เส้นบุกผัดกิมจิ” #ลดความอ้วน กันดีกว่าครับ

ส่วนผสม#ลดความอ้วน มีดังนี้

  1. กิมจิเกาหลี ½ ถ้วย ประมาณ 60 กรัม (ให้พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี่) #ลดความอ้วน
  2. เส้นบุก 1 ถ้วย ประมาณ 100 กรัม (ให้พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี่) #ลดความอ้วน
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง (ให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่) #ลดความอ้วน
  4. ลูกชิ้นปลาขนาดจิ๋ว 10 ลูก (ให้พลังงานประมาณ 40 กิโลแคลอรี่) #ลดความอ้วน
  5. เครื่องปรุงต่าง ๆ ได้แก่ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายแดง พริกไทยดำป่น อย่างละนิดหน่อย#ลดความอ้วน
  6. น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนชา (ให้พลังงานประมาณ 45 กิโลแคลอรี่) #ลดความอ้วน

วิธีปรุง#ลดความอ้วน

เริ่มจากการหั่นกิมจิให้เป็นชิ้นพอดีคำ#ลดความอ้วน จากนั้นก็ล้างเส้นบุกพักไว้ ผ่าลูกชิ้นออกเป็น 2 ซีก พร้อมแล้วก็ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไป#ลดความอ้วน พอน้ำมันร้อนได้ที่ก็ตอกไข่ใส่ลงไปแล้วยีให้ไข่พอสุกทั่ว#ลดความอ้วน ใส่ลูกชิ้นปลาตามลงไปผัดพอให้ลูกชิ้นสุก#ลดความอ้วน แล้วตามด้วยเส้นบุกและกิมจิที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้#ลดความอ้วน แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ซีอิ๊วขาวเยอะนะครับเพราในกิมจิจะมีรสชาติเปรี้ยว#ลดความอ้วน และเค็มอยู่แล้ว#ลดความอ้วน จากนั้นก็ชิมรสตามใจชอบ เป็นอันเรียบร้อย#ลดความอ้วน เวลาเสิร์ฟก็โรยพริกไทดำป่นเสียหน่อยพอให้มีกลิ่นหอม#ลดความอ้วน ก่อนรับประทานก็อาจจะบีบมะนาวลงไปเล็กน้อย#ลดความอ้วน และเติมพริกป่นลงไปสักหน่อยเพื่อให้รสชาติคุ้นลิ้นคนไทย#ลดความอ้วน

อาหาร#ลดความอ้วน จานนี้ให้พลังงานเพียงแค่ประมาณ 200 กิโลแคลอรี่เท่านั้น#ลดความอ้วน แต่หากต้องการลดพลังงานลงก็อาจจะใช้กระทะชนิดนอนสติ๊กโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันถั่วเหลืองก็ได้#ลดความอ้วน ลองเอาสูตรนี้ไปทำดูนะครับ#ลดความอ้วน

ไอศครีมเชอร์เบทโฮมเมดเป็นอาหาร#ลดความอ้วน ได้จริงหรือ?

หลายคนคงคิดว่า “ไอศครีม” #ลดความอ้วน จะไปด้วยกันกับการ#ลดความอ้วน ได้อย่างไร แต่ก็มีไอศครีมอยู่ประเภทหนึ่งที่ไร้ไขมันนั่นก็คือ #ลดความอ้วน ไอศครีมเชอร์เบทนั่นเอง วันนี้ผมมีสูตรไอศครีมเชอร์เบทเบอร์รี่ #ลดความอ้วน ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหาร#ลดความอ้วน ได้ มาฝากให้ลองนำไปทำกันดูนะครับ สาวๆ ที่กำลังมองหาอาหาร#ลดความอ้วน จะได้ไม่ขาดรสชาติของไอศครีมที่ถือเป็นสิ่งต้องห้ามในการ#ลดความอ้วน ไปนะครับ

อุปกรณ์ที่จะต้องเตรียม#ลดความอ้วน มีดังนี้

  1. เครื่องปั่นความเร็วสูงหรือจะเป็นเครื่องปั่นธรรมดาก็ได้#ลดความอ้วน
  2. กระชอนแบบละเอียดสักหน่อย สำหรับกรอง#ลดความอ้วน
  3. กล่องพลาสติกสุญญากาศที่สามารถใช้กับช่องแช่แข็งในตู้เย็นได้#ลดความอ้วน

สำหรับส่วนผสม#ลดความอ้วน มีดังนี้

  1. นมเปรี้ยวชนิดไขมันต่ำ#ลดความอ้วน หรือไร้ไขมันชนิดขวดหรือกล่องขนาด 180 มิลลิลิตร #ลดความอ้วน ให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่
  2. โยเกิร์ตผสมวุ้นมะพร้าวชนิดไขมัน 0% 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่#ลดความอ้วน
  3. แอบเปิ้ลฟูจิประมาณ 100 กรัม#ลดความอ้วน ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี่#ลดความอ้วน
  4. สตรอเบอรี่สดและบลูเบอรี่สด อย่างละ 50 กรัม ให้พลังงานประมาณ 45 กิโลแคลอรี่#ลดความอ้วน ถ้าหากหาแบบสด ๆ ไม่ได้ก็ใช้ผลไม้แบบแช่แข็งก็ได้ครับ#ลดความอ้วน
  5. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ให้พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี่#ลดความอ้วน
  6. เกลือป่นเล็กน้อย

ขั้นตอนการทำ#ลดความอ้วน หลังจากหั่นผลไม้ทั้งหมดที่เตรียมไว้แล้วก็นำไปใส่ในเครื่องปั่น#ลดความอ้วน เติมน้ำมะนาว เกลือป่น นมเปรี้ยวและโยเกิร์ตลงไป#ลดความอ้วน แล้วปั่นให้ละเอียดที่สุดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน #ลดความอ้วน จากนั้นก็นำมากรองด้วยกระชอนอีกครั้งเพื่อให้แยกเศษเปลือกและเมล็ดออก#ลดความอ้วน จากนั้นก็เทลงในกล่องพลาสติกปิดฝาแล้วนำเข้าไปแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง#ลดความอ้วน รอจนเนื้อไอศครีมเริ่มแข็งตัวช่วงนี้เนื้อไอศครีมอาจจะยังเป็นเกร็ดอยู่#ลดความอ้วน ให้นำออกมาแล้วใช้ช้อนขูดให้แหลกทั้งหมดแล้วอัดให้แน่น#ลดความอ้วน จากนั้นก็นำกลับไปแช่จนแข็งอีกครั้ง แล้วนำออกมาทำซ้ำกับขั้นตอนก่อนหน้านี้อีก#ลดความอ้วน ยิ่งทำซ้ำมาเท่าไหร่เนื้อไอศครีมก็จะละเอียดมากขึ้นไปตามลำดับ #ลดความอ้วน แต่ถ้าบ้านใครมีเครื่องปั่นไอศครีมโฮมเมดก็จะดีมากเลยครับ#ลดความอ้วน ไม่ต้องมานั่งขูด ๆ แช่ ๆ หลายรอบให้เมื่อยเลย #ลดความอ้วน เวลาเสิร์ฟก็โรยหน้าด้วยเบอรี่สดหรือแบบแช่แข็งก็ได้ครับ#ลดความอ้วน

ถ้าทำตามสูตร#ลดความอ้วน นี้ก็จะได้ไอศครีมประมาณ 450 กรัม ให้พลังงานรวมประมาณ 200 กว่ากิโลแคลอรี่เท่านั้น#ลดความอ้วน และสามารถตักแบ่งได้ 4 ถ้วย เฉลี่ยพลังงานเพียงถ้วยละ 50 กิโลแคลอรี่เท่านั้น#ลดความอ้วน เองครับ#ลดความอ้วน

เป็นอย่างไรบ้างครับกับอาหาร#ลดความอ้วน ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไอศครีมที่สาว ๆ นัก#ลดความอ้วน ทั้งหลายต่างถวิลหา แต่ไม่กล้าลิ้มลอง#ลดความอ้วน เจอสูตรนี้เข้าไปคงยิ้มออกกันถ้วนหน้าใช่ไหมล่ะครับ

www.primadonnaclinic.com โทร 053-400862