สูตรปัสสาวะทาหน้ารักษาสิว ช่วยให้สิวหายได้

สูตรปัสสาวะทาหน้ารักษาสิว ช่วยให้สิวหายได้
วันนี้ขอเขียนเรื่องที่อาจจะแปลกแหวกแนวสำหรับหลายๆคนสักหน่อย แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ใช้เรื่องแปลกอะไร เพราะอาจจะเคยลองกันมาบ้างแล้ว กับเรื่อง "ปัสสาวะรักษาสิว" ปัสสาวะในมุมมองแพทย์ทางเลือก สำหรับปัสสาวะในมุมมองของแพทย์ทางเลือกนั้น จัดให้ปัสสาวะเป็นยาชั้นดีในการรักษาโรคที่เกิดกับร่างกายของเราไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคเอดส์ โรคผิวหนังเรื้อรัง สิว ฝ้า กระ
หรือแม้กระทั่งช่วยให้เรามีจิตใจที่แจ่มใส ลดความเครียด รวมไปถึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น โดยมีการอ้างอิงจากงานวิจัยรักษาสิวทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศมากมาย ถึงผลของความสุดยอดในการใช้ปัสสาวะรักษาโรคต่างๆ หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจก็คือ การใช้ปัสสาวะในการรักษาสิว ซึ่งมีการใช้มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล และในปัจจุบันก็ยังมีคนใช้น้ำปัสสาวะเพื่อรักษาสิว ใช้น้ำปัสสาวะล้างหน้าแทนโฟมล้างหน้า
วิธีรักษาสิววิธีนี้ทำได้โดยการใช้น้ำปัสสาวะของเราเอง เอามาล้างหน้า ทำความสะอาดหน้าแทนสบู่ เจล หรือโฟมล้างหน้าที่เราใช้ๆกันอยู่ แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำปกติ ซึ่งวิธีนี้บอกว่าเมื่อล้างหน้าด้วยปัสสาวะแล้ว ให้เลิกใช้โฟมล้างหน้าที่เป็นพวกสารเคมีไปเลยจะช่วยให้รักษาสิวดียิ่งขึ้นใช้น้ำปัสสาวะทาหน้าแทนโทนเนอร์ วิธีนี้ให้มองว่าปัสสาวะเป็นโทนเนอร์จากธรรมชาติ แล้วให้ใช้ทาหน้าไปโดยตรงโดยไม่ต้องล้างออก จะช่วยให้ สิวหายได้จริงๆ
จะทาแป้งทับไปก็ได้แต่ขอให้ทาปัสสาวะลงไปก่อนเป็นใช้ได้ สูตรพอกหน้าด้วยปัสสาวะ นอกจากการใช้ปัสสาวะล้างหน้า และทาหน้าแล้ว ยังมีสูตรสำหรับพอกหน้าด้วยปัสสาวะ ด้วย โดยมีส่วนผสมดังนี้ส่วนผสม ผงถ่าน 1 ส่วน ดินสอพอง 1 ส่วน น้ำปัสสาวะวิธีทำ เอาส่วนผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมกัน คนให้ได้ที่ แล้วก็เอามาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้สิวลดลง หน้าใสไร้สิวกันเลยทีเดียว นี่ก็เป็นมุมมองของแพทย์ทางเลือกในการใช้ปัสสาวะเพื่อรักษาสิว ซึ่งมองว่าปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา
ในมุมมองของแพทย์ปัจจุบันจะมองตรงกันข้าม ซึ่งจะบอกว่าปัสสาวะนั้นเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมา มีทั้งสารที่อาจก่อมะเร็ง ทำให้เป็นนิ่ว ทำให้เป็นโรคไต รวมไปถึงเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาจากอุจจาระได้ โดยเฉพาะการดื่มน้ำปัสสาวะนั้นจะยิ่งอันตรายมากในคนที่เป็นโรคไต เพราะการดื่มน้ำปัสสาวะเข้าไปก็เท่ากับว่าเราดื่ม กรดยูริกที่อาจทำให้เป็นโรคเกาท์ หรือแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งอาจจะทำให้เป็นโรคนิ่ว ซึ่งพอดื่มสารพวกนี้เข้าไปก็จะยิ่งทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น อาจทำให้เป็นไตวายได้