สิวเชื้อรา และการรักษาสิว

สิวเชื้อรา และการรักษาสิว

สิว อาจเป็นปัญหากวนใจวัยรุ่นหลายๆคน หรือแม้แต่วัยผู้ใหญ่เองก็พบได้เช่นกัน การรักษาสิวโดยเฉพาะสิวบนใบหน้าที่อาจทำให้สูญเสียความมั่นใจได้การรักษาสิว ด้วยเหตุนี้ การรักษาสิวบางคนตัดสินใจไปพบแพทย์ผิวหนังการรักษาสิว ขณะที่บางคนเลือกที่จะค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตการรักษาสิวซึ่งมักมีผู้มาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสิวการรักษาสิว แล้วทดลองรักษาด้วยตัวเอง การรักษาสิวแต่หากผื่นที่เราเห็นว่าคล้ายสิวนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่สิวทั่วๆไปที่เราคุ้นเคย ยารักษาสิวแบบเดิมที่เราใช้อยู่อาจไม่ช่วยให้หายเป็นปกติ การรักษาสิวซึ่งปัจจุบันในเว็บไซต์ต่างๆการรักษาสิว มีการกล่าวถึงสิวชนิดหนึ่งเรียกว่า “สิวเชื้อรา”การรักษาสิว ทั้งในแง่ของการให้ความรู้การรักษาสิวและการตั้งกระทู้ข้อสงสัยการรักษาสิว เช่น เป็นสิวทำไมหมอจ่ายยาฆ่าเชื้อรา เป็นต้น เรามาดูกันว่า สิวแบบนี้มีจริงหรือไม่ แล้วจะรักษาอย่างไร การรักษาสิว

 

สิวเชื้อราคืออะไร การรักษาสิว

 

“สิวเชื้อรา”การรักษาสิว หรือ “สิวยีสต์”การรักษาสิวการรักษาสิวการรักษาสิว อาจเป็นคำที่สื่อความหมายให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายการรักษาสิว เนื่องจากผื่นที่พบบนผิวหนังนั้นมีลักษณะคล้ายสิวการรักษาสิว และยังบ่งบอกถึงสาเหตุว่าเกิดจากเชื้อราการรักษาสิว แต่แท้จริงแล้ว การรักษาสิวในทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่าการรักษาสิว “รูขุมขนอักเสบจากเชื้อราการรักษาสิว (Malassezia folliculitis เดิมเรียกว่า Pityrosporum folliculitis)” โดยอาจพบเดี่ยวๆการรักษาสิว หรือพบร่วมกับสิวทั่วๆไปที่มีสาเหตุจากทั้งการการรักษาสิวเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย (Propionibacterium acnes หรือ P. acnes) เป็นต้น การรักษาสิว

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสิวเชื้อรา

 

เชื้อที่มักเป็นสาเหตุของโรคนี้การรักษาสิว ได้แก่การรักษาสิว เชื้อราประเภทยีสต์ในกลุ่มการรักษาสิว “มาลาสซีเซีย การรักษาสิว(Malassezia species)”การรักษาสิว โดยทั่วไปจะพบเชื้อชนิดนี้ที่ผิวหนังของทุกคนการรักษาสิว แต่หากเชื้อมีการเจริญเติบโตมากผิดปกติ การรักษาสิวจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคผิวหนังหลายชนิดการรักษาสิว เช่น เกลื้อนการรักษาสิว โรครังแคอักเสบการรักษาสิว (seborrheic dermatitis)การรักษาสิว รวมทั้งโรครูขุมขนอักเสบการรักษาสิว การรักษาสิวเป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีผิวมันการรักษาสิว เหงื่อออกง่ายการรักษาสิว ผู้ที่อาศัยในสภาพอากาศร้อนและอับชื้นการรักษาสิว หรือผู้ที่มีรูขุมขนอุดตันจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวการรักษาสิว ถือว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราได้การรักษาสิว นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานการรักษาสิว (ทั้งชนิดรับประทานและทา) การรักษาสิวโดยเฉพาะยากลุ่มเตตร้าการรักษาสิวซัยคลินการรักษาสิว (tetracyclines)การรักษาสิว หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันการรักษาสิว เช่น รับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์ การรักษาสิวหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การรักษาสิวอาจส่งเสริมให้เกิดรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราได้ง่ายเช่นกัน การรักษาสิว

 

ลักษณะและอาการของสิวเชื้อรา การรักษาสิว

 

โรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อราการรักษาสิว หรือสิวเชื้อราการรักษาสิว ส่วนใหญ่มักเกิดที่ผิวหนังบริเวณหน้าอกการรักษาสิว แผ่นหลังการรักษาสิว แต่สามารถพบได้ที่ไหล่การรักษาสิว คอ การรักษาสิวและใบหน้าการรักษาสิว เป็นต้นการรักษาสิว ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผื่นเม็ดเล็กๆ การรักษาสิว(papules) การรักษาสิวมีขนาดใกล้เคียงกันการรักษาสิว (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร)การรักษาสิว และจากการที่เชื้อราการรักษาสิว มาลาสซีเซีย เจริญเติบโตมากผิดปกติการรักษาสิวบริเวณรูขุมขนการรักษาสิว (hair follicle) การรักษาสิวจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเป็นตุ่มแดงการรักษาสิวและอาจมีตุ่มหนอง การรักษาสิว(pustules)การรักษาสิว ร่วมด้วย การรักษาสิวดังแสดงในรูปภาพ แต่ไม่มีลักษณะของสิวอุดตันการรักษาสิว (comedones)การรักษาสิว และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการคันบริเวณที่เป็นผื่นการรักษาสิว โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนชื้น หรือช่วงที่ต้องทำกิจกรรมมากขึ้นการรักษาสิว เช่น ออกกำลังกาย การรักษาสิวซึ่งแตกต่างจากสิวทั่วไปที่ไม่ค่อยมีอาการคัน การรักษาสิว

 

 

 

ยาที่ใช้รักษาสิวเชื้อรา การรักษาสิว

 

เนื่องจากสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อราการรักษาสิว ดังนั้นการรักษาสิว ยาที่เหมาะสมในการรักษาจึงเป็นยาฆ่าเชื้อราการรักษาสิว ซึ่งมีทั้งรูปแบบยาทาผิวหนังการรักษาสิว และยารับประทานการรักษาสิว โดยหากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรครูขุมการรักษาสิวขนอักเสบจากเชื้อราการรักษาสิว หรือสิวเชื้อราการรักษาสิว การรักษามักเริ่มด้วยยารับประทานการรักษาสิว เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงกว่ายาทา การรักษาสิวทั้งนี้อาจเป็นเพราะยาสามารถแพร่กระจายไปยังรูขุมขนซึ่งอยู่ลึกลงไปการรักษาสิวในชั้นหนังแท้ได้ดี การรักษาสิวขณะที่ยาทามักใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยารับประทานการรักษาสิว หรือใช้หลังจากที่ผื่นหายแล้ว การรักษาสิวเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำการรักษาสิว ตัวอย่างยาที่มีการใช้รักษาโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อราการรักษาสิวการรักษาสิว แสดงดังตารางการรักษาสิว โดยทั่วไปจะใช้เวลารักษาประมาณ 1-2 เดือน การรักษาสิวแต่บางกรณีอาจใช้เวลารักษานานกว่านั้น เช่น กรณีที่เป็นซ้ำบ่อยๆ การรักษาสิว

อาการข้างเคียงและข้อควรระวังของยาฆ่าเชื้อราการรักษาสิว มีอะไรบ้าง การรักษาสิว

 

กรณียาทาผิวหนังมักไม่ค่อยพบอาการข้างเคียงที่รุนแรง การรักษาสิวแต่อาจพบอาการระคายเคืองบริเวณที่ทายาการรักษาสิว เช่น ซีลีเนียมการรักษาสิว ซัลไฟด์ มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังลอกการรักษาสิว การรักษาสิว(keratolytic activity)การรักษาสิว ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผิวหนังถลอกได้ การรักษาสิวจึงควรทาทิ้งไว้เพียง 5-10 นาที แล้วล้างออกการรักษาสิว เป็นต้น ส่วนยาคีโตโคนาโซลชนิดการรักษาสิวรับประทาน การรักษาสิวปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาอันดับแรกการรักษาสิว (first-line drug) การรักษาสิวสำหรับรักษาโรคติดเชื้อรา เนื่องจาก 1)การรักษาสิว การรักษาสิวพบรายงานว่ายามีผลทำลายตับ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 2)การรักษาสิว ยากดต่อมหมวกไต ทำให้การสร้างฮอร์โมน คอร์ติโค-สเตียรอยด์ (corticosteroids)การรักษาสิว ลดลง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย และ 3) การรักษาสิวยามีผลรบกวนการออกฤทธิ์ของยาอื่นหลายชนิด (หรือยาตีกัน) การรักษาสิวดังนั้น หากใช้ยานี้ ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ข้างต้นจากแพทย์ผู้ทำการรักษา การรักษาสิว

 

สำหรับยาฟลูโคนาโซลการรักษาสิว และไอทราโคนาโซล การรักษาสิวอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ การรักษาสิวอาเจียนการรักษาสิว ปวดท้อง การรักษาสิวแต่ไม่พบในผู้ป่วยทุกคน การรักษาสิวนอกจากนี้ ยาทั้งสองชนิดอาจทำให้เกิดตับอักเสบได้เช่นกัน แต่พบน้อย อีกทั้งต้องระวังเรื่องยาตีกัน การรักษาสิวเช่น การรักษาสิว เพื่อให้ยาถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ ควรรับประทานยาไอทราโคนาโซล การรักษาสิว(แคปซูล)การรักษาสิว หลังอาหารทันที และห้ามใช้ร่วมกับยาลดกรดในกระเพาะอาหารการรักษาสิว ทั้งยาฟลูโคนาโซล และไอทราโคนาโซล มีผลรบกวนการออกฤทธิ์ของยาอื่นหลายชนิดที่อาจมีการใช้ร่วมกัน เป็นต้น การรักษาสิว

 

จากข้อมูลการรักษาสิวที่นำเสนอมาทั้งหมดการรักษาสิว จะเห็นได้ว่าโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรามีลักษณะคล้ายสิวมากการรักษาสิว ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผิวหนังการรักษาสิว ซึ่งจะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายการรักษาสิว และบางกรณีอาจต้องนำเนื้อเยื่อหรือหนองจากบริเวณที่เป็นผื่นไปตรวจการรักษาสิวทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าผื่นที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากเชื้อราชนิดดังกล่าวจริงการรักษาสิว นอกจากนี้การรักษาสิว การใช้ยาแต่ละชนิด ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรการรักษาสิว ผู้ป่วยไม่ควรวินิจฉัยโรคหรือทดลองใช้ยาด้วยตัวเอง เพราะหากใช้ยาไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากยาได้การรักษาสิว

www.primadonnaclinic.com