วิธีการรักษาหลุมสิว 5

วิธีการรักษาหลุมสิว 5
รักษาหลุมสิว ทำให้เวลาดึงให้ตึงจะเรียบได้ยาก เป็นรอยหลุมที่รักษาได้ยากเช่นกัน 3. Rolling Scar: มีลักษณะเป็นรอยหลุมสิว ฐานโค้งคล้ายกะทะ พื้นนุ่ม เวลาดึงให้ตึง แล้วทำให้ขอบแผลเรียบได้ มักเกิดจากผลของอักเสบของสิวขนาดใหญ่ๆ ที่ได้รับการรักษามาบ้าง แต่การยุบตัวของสิวไม่สัมพันธ์กับการสมานผิว
รักษาหลุมสิว เป็นรอยหลุมสิวที่ให้ผลการรักษาได้ดีกว่ารอยหลุมแบบอื่นๆการรักษารอยหลุมสิว ในปัจจุบัน: มีหลายๆ วิธีที่ช่วยทำให้รอยหลุมจากสิวดีขึ้นได้ แต่ก็ยังไม่มีวิธีใดได้ผล 100% แต่ละวิธี จะช่วยทำให้หลุมสิว หลุมตื้นและดีขึ้นได้ มากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยหลุมสิว ด้วย แบ่งกลไกการรักษาดังนี้
รักษาหลุมสิว 1. การทำให้เซลล์หลุดลอกออก ทำให้รอยหลุมสิว ตื้นขึ้น แบ่งเป็น 1.1. Chemical Peeling: โดยการแต้มด้วยกรดเข้มข้น 1.2 การกรอผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion ): โดยการกรอผิวหน้า ให้หลุดลอกออกด้วยเกร็ดอัญมณีขนาดเล็กมาก 1.3 การกรอผิวหน้าด้วยเลเซอร์( Laser Resurface):
ที่นิยมทำ ก็คือ การกรอด้วยเครื่อง Co2 (UltraPulse) Laser หรือ Erbium:YaG Laser 2940 nm (Laser Peel) หรือทำทั้งสองอย่างร่วมกัน 2. การเติมให้รอยหลุมสิว ให้เต็มขึ้นใต้ผิวหนัง แบ่งได้เป็น 2.1 ยากลุ่มวิตามินเอ: โดยพบว่า Retinol ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ สามารถนำมารักษารอยหลุมสิว
ได้ระดับหนึ่ง โดยออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้รอยหลุมตื้นขึ้น 2.2. การเติมรอยหลุมสิว ด้วย Filler agents: คือ การฉีดสารเติมให้เต็มเข้าไปที่รอยหลุมสิว โดยตรง ได้ผลเร็ว แต่มักจะใช้ในกรณีรอยหลุมแบบ Rolling Scar ที่ไม่มีพังผืดยึดเกาะที่ฐาน