วิธีการรักษารอยแตกลาย 2

รอยแตกลาย การทำไอพีแอล (Intensed Pulsed Light – IPL) เป็นเทคนิคการใช้แสงความเข้มสูง นำมายิงบริเวณผิวที่เป็นรอยแตก ในขณะยิงจะรู้สึกเจ็บคล้าย ๆ กับโดนหนังสติ๊กดีดผิว แต่วิธีนี้จะได้ผลดีกับรอยแตกในระยะแรกที่มีสีแดง หากเป็นรอยแตกในระยะหลัง ๆ (รอยแตกสีขาวซีด) มักจะไม่ได้ผล รอยแตกลาย และต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้ง (ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์) ค่าบริการครั้งละ 1,500-2,500 บาท ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า วิธีนี้สามารถทำให้รอยแตกจางลงได้ประมาณ 30-50% โดยขึ้นอยู่กับระยะของรอยแตกที่เป็นฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxytherapy) เป็นวิธีแก้รอยแตกลายด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รอยแตกลาย เข้าไปในบริเวณที่ต้องการ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น และยังช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย มันจึงถูกนำมาใช้เพื่อสลายไขมันส่วนเกินตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้รักษาผิวแตกลายได้ด้วย โดยอาศัยเทคนิคการฉีดก๊าซที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเป็นการฉีดตื้น ๆ เข้าไปเพียงชั้นหนังแท้ตามแนวร่องแตกลายผิวหนัง ไม่ได้ฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวเหมือนการฉีดสลายไขมัน แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องทำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง ติดต่อกันทุก ๆ 1 สัปดาห์ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลประมาณ 30-60% หรือไม่ได้ผลเลย มีค่าบริการครั้งละ 1,500-2,000 บาท (ภาพก่อนและหลังการรักษาจำนวน 8 ครั้ง รวมระยะเวลา 5 เดือน)สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแตกลายอยู่ ก็ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับตัวเองไปปรับใช้ดูนะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อน #พรีมาดอนน่าคลินิก#รอยแตกลาย#จีไฝเชียงใหม่#ไฮฟู่เชียงใหม่ #เมโสแฟต#ลดน้ำหนักชียงใหม่#ฉีดผิวขาวเชียงใหม่#Primadonnaclinic #อัลเธอร์ร่า##รักษาฝ้า#รักษาสิวเชียงใหม่#ลดเหนียง#ลดแก้ม#หน้าเรียว