ลดน้ำหนักแบบไหน ถึงดีต่อสุขภาพจริง ๆ

 

วิธีลดความอ้วนแบบใช้วันน้อย ๆ แต่ลดความอ้วนลงได้มาก ๆ ออกจะดูฮาร์ดคอร์ไปนิดนึงลดความอ้วน และร่างกายบางคนอาจปรับสภาพไม่ทันลดความอ้วน ทำให้ป่วยเจ็บขึ้นมาก็ได้ลดความอ้วน ดังนั้น ลองมาดูสูตรลดความอ้วนที่ได้ผลดีต่อสุขภาพจากคำแนะนำลดความอ้วนกันหน่อย ซึ่งก็เป็นทางเลือกลดความอ้วนที่น่าสนใจเช่นกัน

โดยสูตรลดความอ้วนทำได้ง่ายที่แนะนำนี้ ลดความอ้วนคือการบริโภคอาหารตามหลัก food plate model ลดความอ้วนหรือที่รู้จักกันคือ เมนู 211 ลดความอ้วนโดยแบ่งส่วนของจานอาหารออกเป็น 4 ส่วนลดความอ้วน ครึ่งหนึ่งของจานลดความอ้วนเป็นส่วนของผักสามารถเลือกได้ลดความอ้วนทั้งผักสด ผักสุก ลดความอ้วนรูปแบบการปรุงเลือกได้ตามใจ ลดความอ้วนแต่ต้องคำนึงถึงน้ำมันและน้ำตาลด้วยลดความอ้วน

อีก 1 ส่วน ลดความอ้วนเป็นกลุ่มข้าวแป้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องกินลดความอ้วนได้แค่ขนมปังแผ่นเดียวตามสูตรลดความอ้วนสุดโหด แต่สามารถกินได้ 2 ทัพพีต่อมื้อลดความอ้วน คืออาจเลือกเป็นข้าว 2 ทัพพีลดความอ้วน หรือขนมปัง 2 แผ่น ถ้าหากกินอย่างอื่นด้วยลดความอ้วน เช่น ธัญพืชต่าง ๆ รวมทั้งนมลดความอ้วนและโยเกิร์ต ก็ควรลดปริมาณข้าวในมื้อนั้น ๆ ลงอีกลดความอ้วน

และลดความอ้วน 1 ส่วนที่เหลือสุดท้ายเป็นเนื้อสัตว์ลดความอ้วน ต้องเลือกที่ชนิดไม่ติดหนัง ไม่ติดมันลดความอ้วน ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง ลดความอ้วนเพื่อลดพลังงานจากน้ำมันลดความอ้วน และเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนลดความอ้วนเพียงพอต้องมีผลไม้อีก 1 จานเล็กลดความอ้วนร่วมด้วยทุกมื้อ ลดความอ้วนนอกจากนี้ใน 1 วันควรดื่มนมพร่องมันเนยอีก 1 แก้วลดความอ้วน ดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้วลดความอ้วน

โดยปกติแล้วการลดความอ้วนที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อสุขภาพลดความอ้วน ควรลดประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ ลดความอ้วนซึ่งไม่ได้ลดทีละมาก ๆ เพราะการลดทีละน้อย ๆ ลดความอ้วนและลดอย่างต่อเนื่องกลับเป็นผลดีลดความอ้วนในเรื่องการคงสภาพร่างกาย ลดความอ้วนจะทำให้ร่างกายสามารถปรับสภาพลดความอ้วนและรักษาสมดุลได้ ทั้งอัตราการเผาผลาญพลังงานลดความอ้วน สมรรถภาพทางกาย ลดความอ้วนรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ด้วย ลดความอ้วนและเน้นการปรับพฤติกรรมการกินลดความอ้วนที่ดีให้กับตัวเอง

รู้ไหมว่า การลดความอ้วนลงเร็ว ๆ ไม่ว่าจะมาจากการใช้ยาลดความอ้วน หรืออดอาหาร จะทำให้ร่างกายสูญเสียมวลไขมันไปด้วยลดความอ้วน โดยน้ำหนักตัวที่ลดลงทุก ๆ 4 กิโลกรัม ลดความอ้วนจะสูญเสียมวลไขมันถึง 3 กิโลกรัม ลดความอ้วนและมวลกล้ามเนื้อ 1 กิโลกรัมลดความอ้วน ซึ่งเมื่อเลิกควบคุมน้ำหนักแล้วลดความอ้วน น้ำหนักจะกลับมาเท่าเดิมอีกครั้งอยู่ดี ลดความอ้วนแต่น้ำหนักที่เพิ่มกลับขึ้นมานี้ลดความอ้วน จะเป็นมวลไขมันล้วน ๆ อย่างที่เรียกว่า "โยโย่ เอฟเฟกต์" ลดความอ้วน

ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดในการลดความอ้วน ก็คือการควบคุมอาหารลดความอ้วนควบคู่กับการออกกำลังกายลดความอ้วนอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ลดความอ้วนเพื่อให้กล้ามเนื้อคงอยู่ลดความอ้วนและรักษาอัตราการเผาผลาญพลังงานให้คงที่ลดความอ้วนและดีต่อสุขภาพนั่นเองลดความอ้วน

10 อาหารอิ่มอยู่ท้อง มิตรแท้สำหรับคนไดเอต

ความหิวลดความอ้วนเป็นศัตรูตัวฉกาจในช่วงที่เราไดเอตเสมอลดความอ้วน และถ้าเมื่อไรที่เราพ่ายแพ้ลดความอ้วนให้แก่ความหิวแล้วลดความอ้วน น้ำหนักที่เคยหายไปก็จะกลับมาใหม่อย่างแน่นอนลดความอ้วน แต่เราจะต้องปล่อยให้ตัวเองหิวไปทำไมกันลดความอ้วน ในเมื่อมีของอร่อยลดความอ้วนที่กินแล้วผอมให้เลือกตั้งมากมายลดความอ้วน จากข้อมูลบอกว่า ลดความอ้วนอาหารที่เหมาะสำหรับช่วงไดเอตลดความอ้วน โดยเฉพาะ 10 อันดับอาหารไฟเบอร์สูงต่อไปนี้ลดความอ้วน  ช่วยให้เราอิ่มท้องนานโดยไม่รู้สึกอยากกินจุบจิบอย่างอื่นอีกลดความอ้วน

  1. เมล็ดเจีย

เมล็ดเจียเม็ดเล็ก ๆ มีทั้งสีขาวและดำลดความอ้วนที่ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีรสชาติอะไร ลดความอ้วนแต่ถ้าลองนำไปประกอบอาหารลดความอ้วนก็จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารนั้น ๆ ได้ดีทีเดียวลดความอ้วน เช่น  ทำเมนูสมูธตี้ กินคู่กับโยเกิร์ต ลดความอ้วนทำสเปรดทาขนมปัง (Spread) หรือโรยในสลัดผัก เป็นต้น ลดความอ้วนและถ้าหากพูดถึงประโยชน์ของเมล็ดเจียแล้วลดความอ้วนจะต้องตกใจกันแน่ ลดความอ้วนเพราะเมล็ดเจียตัวจิ๋วเหล่านี้ลดความอ้วนอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้าทรีมากกว่าในปลาแซลมอนถึงร้อยละ 30 ลดความอ้วนมีไฟเบอร์สูงถึงร้อยละ 42 ลดความอ้วนและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลบลูเบอร์รีอีกด้วยลดความอ้วน เรียกได้ว่าเมล็ดเจียเป็นอาหารอันดับต้น ๆลดความอ้วน ที่คนกำลังไดเอตควรนึกถึงเลยล่ะลดความอ้วน

  1. กระเจี๊ยบเขียว

หนึ่งในผักเครื่องเคียงจิ้มน้ำพริกลดความอ้วนอย่างกระเจี๊ยบเขียวนั้นลดความอ้วน ที่ถึงแม้ว่าจะมีไฟเบอร์เพียงร้อยละ 10  ลดความอ้วนแต่คงคาดไม่ถึงกันแน่ ๆ ว่ากระเจี๊ยบเขียวลดความอ้วนก็ช่วยให้แผนไดเอตของเราสำเร็จผลได้ลดความอ้วน เพราะในกระเจี๊ยบเขียวมีแคลอรีต่ำเพียง 30 แคลอรีลดความอ้วน อีกทั้งยังอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินซี โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ลดความอ้วนและแมกนีเซียมลดความอ้วน เราจึงสามารถกินต้านหิวได้ตลอดทั้งวันลดความอ้วน โดยนำไปทำเป็นเมนูกระเจี๊ยบนึ่งจิ้มน้ำพริกลดความอ้วน หรือเมนูผัดพริกแกงก็ได้ลดความอ้วน

  1. โอ๊ตมีล

โอ๊ตมีลลดความอ้วนก็เป็นหนึ่งในอาหารคลีนลดความอ้วนที่คนไดเอตหันมาให้ความสนใจลดความอ้วน เพราะกินแล้วอิ่มท้องนานลดความอ้วนทำให้เราอยากกินจุบจิบน้อยลงด้วยลดความอ้วน โอ๊ตมีลปรุงสุก 1 ถ้วยตวงให้พลังงานต่ำเพียง 145 แคลอรีลดความอ้วน และอุดมด้วยไฟเบอร์ที่มากถึงร้อยละ 40ลดความอ้วน  ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือลดความอ้วน โอ๊ตมีลสามารถดัดแปลงลดความอ้วนเป็นเมนูอิ่มท้องอย่างง่าย ๆ ได้อย่างหลากหลายลดความอ้วน เพียงแค่เพิ่มคุณค่าจากนม ผัก ผลไม้ หรือธัญพืช เท่านั้นลดความอ้วน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อสุขภาพด้วยลดความอ้วน เห็นได้ลดความอ้วนจากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารลดความอ้วนเผยว่า โอ๊ตมีลเป็นอาหารที่มีสารอาหารเบต้ากลูแคนลดความอ้วน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดความอ้วน  และช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจลดความอ้วน รู้แบบนี้แล้ว ต้องหันมากินโอ๊ตมีลลดความอ้วนกันเยอะ ๆ นะคะ

  1. ลูกแพร์

รู้กันหรือไม่ว่าลดความอ้วน ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์เพคตินอยู่ร้อยละ 24 ลดความอ้วนซึ่งเป็นปริมาณไฟเบอร์ที่มากกว่าผลแอปเปิลซะอีกลดความอ้วน ที่สำคัญคือ เปลือกของลูกแพร์นี่แหละลดความอ้วนที่อุดมด้วยประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ลดความอ้วนและช่วยบำรุงหลอดเลือดลดความอ้วนของเราให้แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งถ้าหากเราปอกเปลือกลูกแพร์ลดความอ้วนทิ้งไปก็เท่ากับว่าคุณค่าที่ควรจะได้จากผลลูกแพร์นั้นลดความอ้วนหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว

  1. ข้าวบาร์เล่ย์

ข้าวบาร์เล่ย์ลดความอ้วนเป็นธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูงถึงร้อยละ 75 เลยทีเดียวลดความอ้วน อีกทั้งยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูต่าง ๆ ได้อีกด้วยลดความอ้วน เช่น เพิ่มในสลัดผัก ทำเป็นเมนูซุป โจ๊ก ข้าวต้มลดความอ้วน หรือแม้แต่เพิ่มในเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้ลดความอ้วน ซึ่งเมื่อเรากินข้าวบาร์เล่ย์เข้าไปแล้ว ลดความอ้วนกากใยจะถูกย่อยให้แตกตัวเป็นกรดบิวไทลิก (Butyric acid) มีฤทธิ์ต้านมะเร็งลดความอ้วน และยังบำรุงหัวใจอีกด้วย ลดความอ้วนนับว่าข้าวบาร์เล่ย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยอิ่มไม่อ้วนลดความอ้วนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวลดความอ้วน

  1. กะหล่ำดาว

กะหล่ำดาวลูกเล็ก ๆ นั้นลดความอ้วนมีไฟเบอร์อยู่ร้อยละ 16  ลดความอ้วนและมีแคลอรีต่ำอีกด้วย โดยกะหล่ำดาวปรุงสุก 1 ถ้วยตวงลดความอ้วน หรือประมาณ156 กรัมลดความอ้วน ให้พลังงานเพียง 56 แคลอรีเท่านั้นเองลดความอ้วน ซึ่งนอกจากกินแล้วอิ่มท้องดีลดความอ้วน ไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังสามารถต้านมะเร็งได้อีกด้วยลดความอ้วน โดยจากข้อมูลเผยว่า ลดความอ้วนกะหล่ำดาวอุดมด้วยสารต้านมะเร็งลดความอ้วนที่เรียกว่า กลูโคซิโนเลท (Glucosinolate) ลดความอ้วนที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ลดความอ้วน

  1. ถั่วแดง

อีกหนึ่งตัวช่วยอิ่มท้องลดความอ้วนแบบไม่อ้วนที่น่าสนใจก็คือ ถั่วแดง ลดความอ้วนที่มีโปรตีนเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ โดยถั่วแดงเพียง 1 ถ้วยตวงลดความอ้วนมีโปรตีนเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ 28 กรัม ลดความอ้วนจึงสามารถกินทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ลดความอ้วน เช่น ไก่ ปลาทูน่า ไก่ง่วง ลดความอ้วนที่สำคัญคือ ยังให้ความอิ่มท้องแบบแคลอรีต่ำด้วยลดความอ้วน นั่นคือ ถั่วแดงปรุงสุก 1 ถ้วยตวงลดความอ้วน ให้พลังงาน 225 แคลอรี และมีไฟเบอร์ประมาณร้อยละ 25ลดความอ้วน ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันลดความอ้วน แต่สิ่งสำคัญที่สาวรักหุ่นควรระวังคือลดความอ้วน หลีกเลี่ยงการปรุงถั่วแดงด้วยรสเค็ม หวาน ลดความอ้วนหรือถั่วแดงบรรจุกระป๋องนะคะลดความอ้วน เพราะอาจทำให้การไดเอตไม่เห็นผลเท่าที่ควรลดความอ้วน

  1. ถั่วชิคพี (Chickpeas)

สำหรับคนที่ต้องการไดเอตลดความอ้วนสามารถนำถั่วชิคพีไปปรุงอาหารลดความอ้วน หรือนำไปต้มสุกเป็นของกินเล่นก็ได้ลดความอ้วน เพราะถั่วชิคพีปรุงสุก 1ถ้วยตวงลดความอ้วน ให้พลังงาน 269 แคลอรี และมีไฟเบอร์อยู่ร้อยละ 20 ลดความอ้วนนอกจากนี้แล้ว ถั่วชิคพียังช่วยบำรุงหัวใจอีกด้วย ลดความอ้วนจากผลการวิจัยเผยว่า ลดความอ้วนการกินถั่วชิคพีมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ลดความอ้วน ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจตีบได้ถึงร้อยละ 22ลดความอ้วน อย่างไรก็ตาม หากต้องการไดเอตให้ได้ผล ลดความอ้วนควรหลีกเลี่ยงการต้มถั่วชิคพีลดความอ้วนกับเกลือ น้ำตาล หรือถั่วชิคพีบรรจุกระป๋องนะคะลดความอ้วน

  1. ส้ม

เป็นที่รู้กันดีว่า ลดความอ้วนกินส้มแล้วไม่อ้วนแน่นอน ลดความอ้วนแต่เชื่อหรือไม่ว่าลดความอ้วน ส่วนใหญ่เรากินส้มผิดวิธี ลดความอ้วนทำให้ได้รับประโยชน์จากส้มได้ไม่เต็มที่ลดความอ้วน เพราะส่วนของผลส้มที่ทำให้กินแล้วอิ่มก็คือลดความอ้วน กากใยส้มนั่นเองลดความอ้วน ซึ่งมีไฟเบอร์เพคตินอยู่สูงถึงร้อยละ 70 เลยทีเดียวลดความอ้วน หากเราดึงใยส้มออกแล้ว ไฟเบอร์ในผลส้มลดความอ้วนจะลดคุณค่าลงเหลือเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นลดความอ้วน ดังนั้น ใครที่กินผลส้มตอนไดเอตอยู่ลดความอ้วนต้องกินใยส้มด้วยนะคะลดความอ้วน

  1. เจลาติน

จากผลการวิจัยลดความอ้วนเผยว่า อาหารประเภทเจลาตินนั้นลดความอ้วนมีผลต่อการควบคุมน้ำหนักตัวลดความอ้วน ช่วยป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2 ลดระดับคอเลสเตอรอลลดความอ้วน และช่วยรักษาสมดุลความดันโลหิตได้ลดความอ้วน ซึ่งอาหารประเภทเจลาตินที่ว่านี้ก็คือ ลดความอ้วนอาหารประเภทวุ้น เส้นบุก และสาหร่ายนั่นเองค่ะ ลดความอ้วนเพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์สูงถึงร้อยละ 80 ลดความอ้วนและมีแคลอรีเป็นศูนย์ ลดความอ้วนเนื่องจากไม่มีสารอาหารใด ๆ เลยลดความอ้วน มีแต่เส้นใยไฟเบอร์ล้วน ๆลดความอ้วน เราจึงกินแล้วอิ่มอยู่ท้อง อย่างไรก็ตามลดความอ้วน การกินเจลาตินเพื่อลดความอ้วน สาว ๆ ต้องระวังแคลอรีที่มากับสารปรุงแต่งรสชาติให้ดีด้วยนะคะลดความอ้วน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของวุ้นหลากสีลดความอ้วน เครื่องดื่มเจลาติน เครื่องดื่มบุกผงลดความอ้วน หรือแม้แต่สาหร่ายปรุงรสชนิดต่าง ๆ ลดความอ้วนหากเผลอกินมากไปละก็ อ้วนแน่นอนค่ะลดความอ้วน

www.primadonnaclinic.com 053-400862


Fatal error: Uncaught exception 'wfWAFStorageFileException' with message 'Unable to verify temporary file contents for atomic writing.' in /home/primadonna/domains/primadonnaclinic.com/public_html/wp-content/plugins/wordfence/vendor/wordfence/wf-waf/src/lib/storage/file.php:47 Stack trace: #0 /home/primadonna/domains/primadonnaclinic.com/public_html/wp-content/plugins/wordfence/vendor/wordfence/wf-waf/src/lib/storage/file.php(650): wfWAFStorageFile::atomicFilePutContents('/home/primadonn...', '<?php exit('Acc...') #1 [internal function]: wfWAFStorageFile->saveConfig('livewaf') #2 {main} thrown in /home/primadonna/domains/primadonnaclinic.com/public_html/wp-content/plugins/wordfence/vendor/wordfence/wf-waf/src/lib/storage/file.php on line 47