รักษากระ

รักษากระ

ขั้นตอนการรักษาฝ้ากระมีทั้งผลดี และผลเสียตามมาได้ทั้งนั้น เรามาลองส่องกันดีกว่า ว่ามีวิธีการรักษาฝ้ากระวิธีใดบ้างที่ยิ่งรักษา ยิ่งทำร้ายผิวหน้า! วิธีทำร้ายผิว วิธีที่ 1 : ไฮโดรควิโนน รักษาฝ้ากระ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) เป็นยารักษาฝ้าที่ควบคุมการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น! ซึ่งไฮโดรควิโนนเป็นสารไฮดรอกซีฟีนอล ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ทำให้การผลิตเม็ดสีน้อยลง

และส่วนของไฮโดรควิโนนที่ถูกย่อยสลายก็ยังยับยั้งการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีได้ โดยทั่วไปไฮโดรควิโนน มีอยู่ทั้งในรูปครีม และในรูปสารละลายในแอลกอฮอล์ นอกจากสารไฮโดรควิโนน ก็ยังมีสารเทรทิโนอิน (Tretinoin) และ กรดอซีเลอิก (Azelaic acid) ที่ช่วยในเรื่องการลดรอยฝ้ากระ แต่หากใช้ไปนานๆ หรือใช้ในปริมาณที่มากไป ก็จะทำให้ผิวแสบแดง ไวต่อแสง ฝ้ากระจะฝังลึกคือผลเสียที่ตามมา

การใช้ไฮโดรควิโนนขนาดสูง ต่อเนื่องกันนานๆ จะทำให้ผิวหนังระคายเคือง รอยฝ้ากระคล้ำชัดเจนขึ้นจากปฏิกิริยาแพ้แสงแดด หรือเกิดฝ้าถาวรได้ ทางที่ดีควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง เพราะโดยปกติแล้ว สารไฮโดรควิโนน ที่แพทย์ระบุให้ใช้ได้ต้องมีความเข้มข้นร้อยละ 2-4 เท่านั้น! หากซื้อเองตามท้องตลาดอาจเกิดผลเสียระยะยาว เสี่ยงถึงชีวิตได้! วิธีทำร้ายผิว วิธีที่ 2 : ลอกหน้ารักษาฝ้าด้วยสารเคมี

เคมีลอกผิวหน้า (Chemical Peeling) เป็นการลอกผิวด้วยน้ำยาเคมี ช่วยให้เซลล์ผิวชั้นนอกหลุดลอก โดยเฉพาะเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ รอยดำจากสิว รอยฝ้า รอยกระ และคราบไคลหลุดลอกออกง่าย ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับสภาพสีผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่  น้ำยา ที่ใช้ทำลอกหน้า Chemical Peeling ได้แก่ ไกลโคลลิก Glycolic acid , ซาลิไซลิก  Salicylic acid , ทีซีเอ Trichloroacetic acid, BHA, AHA เป็นต้น

น้ำยาลอกหน้าแต่ละตัว มีคุณสมบัติในการรักษาแตกต่างกัน และความรุนแรงของระดับการรักษาก็ต่างกัน ผลเสียที่ตามมา : หากปริมาณของน้ำยาลอกหน้าแต่ละตัวมีความรุนแรง และใช้ลอกผิวหน้าบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวหน้าบางลง แห้งลอก ระคายเคืองง่าย อาจก่อให้เกิดผิวไวต่อแสงแดด มีอาการไหม้ แสบแดงได้ง่ายขึ้น หากต้องการทำ Chemical Peeling ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น!