มาเริ่มป้องกันฝ้า กระ ก่อนที่จะสายเกินแก้กันเถอะ!2

มาเริ่มป้องกันฝ้า กระ ก่อนที่จะสายเกินแก้กันเถอะ!2

  1. แบบลึก (Deep type) ลักษณะเป็นสีม่วงๆอมน้ำเงิน ขอบเขตไม่ชัด ไม่หายขาด การทายาฝ้า กระ อ่อนๆและครีมกันแดดพอทำให้ดีขึ้นได้ ป้องกันฝ้า กระ ง่ายกว่าการรักษาฝ้า กระ การป้องกันฝ้าไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำๆเป็นเรื่องที่ง่าย และสามารถทำได้ทุกวัย โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ระวังอย่าให้ตากแดดเป็นเวลานานๆ หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรใส่เสื้อแขนยาว

สวมหมวกหรือกางร่ม ตามแต่สถานการณ์ ส่วนการใช้ครีมกันควรเป็นแบบที่มีส่วนผสมทั้งสารเคมีที่กันแดดได้ ร่วมกับส่วนผสมกายภาพ คือแป้ง (physical sunscreen) เพราะจะมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสงแดดออก ไปจากผิว โดยสังเกตที่ส่วนผสมซึ่งจะมีสารไททาเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide) และซิงก์ออกไซด์ (zinc oxide) เป็นหลัก รักษาฝ้า กระ ด้วยยาฟอกสีผิว ดีจริงเหรอ?

ในปัจจุบันนิยมใช้ตัวยาฟอกสีผิวอย่าง Hydroquinone, กรด VitaminA, กรด Acetic, กรด Kojic, BHA และ AHA ร่วมกับสารป้องกันแสงแดด สารเหล่านี้ทำให้ฝ้า กระ จางลง แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีฤทธิ์แทรกซ้อน ทำให้ผิวหน้าบอบบางเมื่อเจอแสงแดด ก็จะมีอาการหน้าแดงจัด ถ้ายิ่งโดนแดดจะกลับหน้าดำ และเกิดจุดด่างขาว แถมสิวตามมา สารเหล่านี้มักได้ผลดีชั่วคราวเมื่อหยุดฤทธิ์ยาก็จะกลับสภาพเดิม

ทำให้ต้อง ลอกบ่อย ๆ ถ้าใช้ความเข้มข้นสูงทำให้ระคายเคืองมาก  “ทางการแพทย์ได้คัดกรองพืชหลายหลายสายพันธุ์ที่เป็นสารออกฤทธิ์ในการรักษาฝ้า กระ ออกมา ที่เป็นสารบริสุทธิ์ ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าที่ดีที่สุด และน่าเชื่อถือได้มากกว่า สมุนไพรรักษาฝ้า สามารถรักษาได้จริง และควรเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงกว่าร้อยละ 20-30 เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

แต่สารเคมีที่ทำเป็นยารักษาฝ้า กระ แล้วประสิทธิภาพจะสูงกว่าร้อยละ 50-70 เพราะฉะนั้นจึงควรใช้วิจารณญาณในการเลือกใช้ครีมรักษาฝ้าด้วยสูตรเคมี หรือสมุนไพรด้วย สมุนไพรบางอย่าง เช่น ชะเอมเทศ ใบหม่อน หรือพวกขมิ้น ส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอนุมูลอิสระจะเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังและกระตุ้นการสร้างเมลานิน เพราะฉะนั้นการใช้สมุนไพรกลุ่มนี้อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่ง