ทำหน้าเรียวยังไงไม่ให้หน้าย้อย 2

ทำหน้าเรียวยังไงไม่ให้หน้าย้อย 2
ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และราคาถูกที่สุด อาจร่วมกับการฉีดไขมันหรือที่เรียก เมโสแฟ็ต บางแห่งก็จัดแพ็คเกจดูดไขมันมีร้อยไหมที่แก้มให้ด้วย แต่ผลลัพธ์ที่พบในบางคนกลับปรากฏว่า พอ 1-2 เดือน หลังการรักษาหน้าเรียว แก้มด้านหน้าส่วนกระพุ้งแก้มกลับดูหย่อนย้อยลงในขณะที่แก้มส่วนด้านหลังบริเวณหน้าหูกลับตอบ
บางครั้งตอบมากจนทำให้ใบหน้าดูทรุดโทรมเหมือนเป็นโรคเรื้อรัง แถมทำให้โหนกแก้มดูสูงเด่นขึ้นมาด้วย สาเหตุเพราะกล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ซึ่งก็เปรียบเสมือนตัวค้ำจุนใต้ผิวฝ่อตัวลง ทำให้ไม่มีตัวค้ำยันแก้ม แก้มเลยย้อยมาด้านหน้า ในขณะที่แก้มส่วนหลังดูตอบลงเพราะเนื้อกรามหายไป และหากจุดฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียวสูงไป
หรือใช้ยาหน้าเรียวมากไป มันทำให้กล้ามเนื้อกรามส่วนบนในระดับข้อขากรรไกรหน้าหู (Temporamandibular Joint) ยุบตัวลงไปด้วย เลยทำให้กระดูกโหนกแก้มด้านข้าง (Zygomatic Arch) ดูสูงเด่นขึ้นนั่นเอง กายวิภาคศาสตร์ ใบหน้ามนุษย์เราประกอบด้วยส่วนที่เป็นโครงเนื้อแข็งอยู่ชั้นลึกที่สุด
คือ โครงกระดูก และชั้นเนื้ออ่อนด้านบนเป็นชั้นๆ เรียงลำดับจากลึกสุดไปบนสุดคือ ไขมันชั้นลึกซึ่งติดกระดูก,ชั้นกล้ามเนื้อ, ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และผิวหนัง ทุกชั้นมีส่วนสำคัญขององค์ประกอบของโครงใบหน้า หากไม่คำนึงถึงโครงกระดูก ส่วนไขมันชั้นลึกนี่เองที่สำคัญที่สุด ที่เป็นส่วนค้ำจุนใบหน้าให้ได้รูป
และเมื่อช่วงไม่กี่ปีมานี้เองเราพบว่าการฉีดฟิลเลอร์ลงไปที่ชั้นนี้ ช่วยทำให้เกิดการยกหน้า และแก้การหย่อนคล้อยของใบหน้าบางส่วนได้ นี่เองเป็นที่มาของสิ่งที่ผมพูดตลอดว่าฉีดฟิลเลอร์ต้องฉีดลงลึกถึงกระดูก ก็เพื่อให้ฟิลเลอร์ไปเติมเต็มส่วนนี้ซึ่งอยู่ติดกับกระดูกนั่นเอง ดังนั้น การดูดไขมันที่ใบหน้า

#หน้าเรียว #หน้ารียวเชียงใหม่ #ลดกรามเชียงใหม่ #ไฮฟู่เชียงใหม่ #ฉีดผิวขาวเชียงใหม่
#ฉีดผิวขาว #เมโสแฟต #ลดน้ำหนัก #พรีมาดอนน่าคลินิก #Primadonnaclinic
#HIFUเชียงใหม่ #Ultheraเชียงใหม่