จี้ไฝและขี้แมลงวัน อย่างถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร 3

แต่ก็ทำผิวหนังโดยรอบถูกกัดกร่อนจนผิวได้รับความเสียหายและกลายเป็นแผลเป็นได้ ปัจจุบันมีรูปแบบการกำจัดจี้ไฝและขี้แมลงวันที่อาศัยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า เพื่อให้มีความปลอดภัยและได้เผลมากขึ้น ซึ่งวิธีการกำจัดไฝและขี้แมลงวันในปัจจุบันนั้นต้องขึ้นอยู่กับลักษณะ ขนาด รวมถึงตำแหน่งที่ไฝหรือขี้แมลงวันนั้นเกิดขึ้นด้วย ตัวอย่างวิธีการที่น่าสนใจ เช่น
การแต้มกรด เป็นการกำจัดไฝและขี้แมลงวันที่มีขนาดเล็กโดยการใช้กรดจำพวก TCA (Trichloroacetic Acid) ที่มีความเข้มข้นสูง กรดตัวนี้จะทำปฏิกิริยากับจี้ไฝหรือขี้แมลงวันทำให้เกิดการกัดกร่อนและหลุดออก แต่ควรอยู่ในการดูแลและทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะหากทำโดยขาดชำนาญ กรดอาจมีปริมาณมากเกินไปทำให้ผิวหนังเกิดเป็นแผลโดยไม่จำเป็น
การใช้แสงเลเซอร์ เป็นการใช้เลเซอร์เพื่อจี้ไฝและขี้แมลงวันออกไป ซึ่งแพทย์จะทำการวินิจฉัยจากนั้นจะทายาชาในบริเวณที่จะทำก่อนเป็นเวลาประมาณ 45 นาที เพื่อป้องกันความเจ็บปวด แล้วจึงใช้แสงเลเซอร์ตัดไฝหรือขี้แมลงวันออกไป จุดเด่นของการใช้แสงเลเซอร์นั้น คือ เสียเลือดน้อย หรือในบางรายนั้นก็จะไม่มีเลือดออกมาเลย
และเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับการกำจัดไฝที่มีขนาดเล็กจนถึงขนาดไม่ใหญ่มาก หรือกำจัดขี้แมลงวันขนาดเล็กที่เกิดกระจายทั่วไป แต่ไม่เหมาะสำหรับไฝและขี้แมลงวันที่มีขนาดใหญ่และมีเส้นขนขึ้น เพราะทำได้ยาก ใช้เวลานานเกินไป และการทำเลเซอร์นั้นยังไม่เหมาะที่จะทำในบริเวณที่ผิวมีความอ่อนโยน เช่น บริเวณรอบดวงตา
การจี้ไฟฟ้า เป็นการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า (Electrocautery) ปล่อยกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นบริเวณที่เป็นไฝหรือขี้แมลงวัน ทำให้บริเวณที่ทำเกิดอุณหภูมิสูง น้ำที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์ในบริเวณนั้นจะเดือดและแห้ง ก่อนจะถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้านั้นจะต้องตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับลักษณะของไฝหรือขี้แมลงวันนั้นก่อน #ultheraเชียงใหม่ #primadonnaclinic #hifuเชียงใหม่ #ฉีดผิวขาว #ลดน้ำหนักเชียงใหม่ #จี้ไฝเชียงใหม่#ฉีดผิวขาวเชียงใหม่#พรีมาดอนน่าคลินิก #รักษาฝ้า#เมโสแฟต#ลดเหนียง#ลดแก้ม#หน้าเรียว #รักษาสิวเชียงใหม่ #อัลเธอร์ร่า #จี้ไฝ