ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ2

ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ2

ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ อาการโดยรวมของหูดโดยปกติแล้ว หูด มักจะไม่แสดงอาการใด ๆ ไม่มีอาการคัน แดง หรือบวม แต่หากหูดเกิดบริเวณฝ่าเท้า ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อมีการเดินจะทำให้มีการกดทับหูดโดยตรงอาจทำให้บริเวณที่เป็นหูดมีอาการเจ็บได้การติดต่อของโรคหูด

ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หูด สามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสโดยตรง เช่น มีการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหูดที่มีแผล ตามมือ แขน ขา หรือการติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวน จาก 1 เม็ด เป็น 10 - 20 เม็ด ไปเรื่อยๆ

ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ วิธีการรักษาโรคหูดการรักษาหูด แพทย์จะใช้หลักการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสให้หายไป ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น1. การทายาการทายานั้น มักจะใช้กับหูดที่มีขนาดเล็ก นิยมใช้ยาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดไตรคลออะซิติกหรือไบคลออะซิติก

โดยระยะเวลาที่รักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของหูด2. การจี้ด้วยไนโตรเจนการจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว เป็นวิธีการรักษาด้วยความเย็น หากหูดมีแผ่นหนาแพทย์จะทำการฝานก่อนการจี้ หลังการจี้ 1 วัน แผลจะบวมพองเป็นตุ่มน้ำ อาจมีเลือดออกอยู่ข้างใน หลังจากนั้นจะค่อยๆ ตกสะเก็ดและหายไป ใช้เวลาประมาณ 1 - 3 สัปดาห์

 จำนวนครั้งที่จี้ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของหูด 3. การจี้ด้วยไฟฟ้าเป็นการรักษาโดยใช้ความร้อน ก่อนแพทย์จะทำการรักษา แพทย์จะคำนึงถึงขนาดและลักษณะของหูดแต่ละชนิด เพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับหูดนั้นๆ 4. การจี้ด้วยเลเซอร์วิธีนี้แพทย์จะใช้แสงเลเซอรจี้ที่ตัวหูด หลังจากทำการรักษา

#คลินิกความงามเชียงใหม่#Ultheraเชียงใหม่#Hifuเชียงใหม่#Primadonnaclinic#ร้อ

ยไหมเชียงใหม่#หน้าเรียวเชียงใหม่#ลดกราม#พรีมาดอนน่าคลินิก#ฉีดผิวขาวเชียงใหม่#ไฮฟู่เชียงใหม่#เมโสแฟต#จี้ขี้แมลงวัน#จี้ไฝ#กระ#ติ่งเนื้อ#หูด