กำจัดไฝหรือการจี้ไฝ (2)

กำจัดไฝหรือการจี้ไฝ  (2)

การจี้ไฝชนิด dys-plastic เชื่อกันว่าไฝที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 0.6 เซนติเมตร มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้สูงกว่าไฝที่มีขนาดเล็กกว่านั้น ไฝชนิด dys-plastic นี้มักมีสีไม่สม่ำเสมอ มีตรงกลางค่อนข้างสีดำน้ำตาลและมีขอบสีจางกว่า ไฝชนิดนี้มักมีประวัติครอบครัวร่วมด้วย มีการประมาณว่าคนอเมริกัน

หนึ่งคนในทุกๆ 25 คนมีไฝชนิดนี้ ผู้ที่มีไฝชนิดนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งของผิวหนังที่เกิดจากจี้ไฝมากกว่า 10 เท่า ของผู้ที่เป็นไฝทั่วไป หากมีข้อสงสัยว่าเป็นไฝแบบไหน และจะมีอันตรายหรือไม่ ก็ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง การรักษาการรักษาโดยใช้แสงเลเซอร์ แพทย์จะทายาชาไว้ประมาณ 45 นาที แล้วจึงใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา

โดยใช้เวลาประมาณ 10–15 นาทีการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีด แล้วจึงทำการผ่าตัดโดยใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ในการผ่าตัดจี้ไฝออก ปัจจุบันพบว่าโดยทั่วไปมีการรักษากันเอง โดยใช้น้ำปูนผสมสบู่ทาบ้าง ใช้กรดกัดบ้าง ซึ่งมีน้อยรายนักที่โชคดี ไฝ หลุดไปโดยไม่มีแผลเป็น

แต่ส่วนใหญ่กรดมักจะทำลายกัดผิวหนังลึกเกินไป จนเกิดเป็นรอยบุ๋มหรือแผลเป็นนูนขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขได้ยาก อาจจะดีขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือแก้ไขไม่ได้เลยหากมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของไฝ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสวยความงาม หรือในแง่ว่าไฝจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง

เพื่อการรักษาและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง ไฝที่มีสีแปลกๆหลายๆสี เช่น สีแดง ขาว น้ำเงิน หรือดำอยู่ในเม็ดเดียวกัน มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งของผิวหนังได้สูงกว่าปกติ ดังนั้นนี่ก็คือวิธีการเบื้องต้นในการหาข้อมูลกำจัดไฝมาฝากทุกท่านในวันนี้ใครจะตัดสินใจนำไฝออกจากร่างกายด้วยวิธีใดก็ศึกษาผลลัพธ์ให้ดีก่อนนะค่ะ