การรักษาฝ้า

การรักษาฝ้า

แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่รักษาฝ้า

1.การ เสริมสร้างผิวใหม่ให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานผัก ผลไม้ ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด ทั้งนี้เพื่อลดการเป็นซ้ำ ของฝ้า หน้าดำ ด้วยการเลิก หรือหยุดการใช้ครีมรักษาฝ้า ที่มีส่วนผสมของสารลอกหน้าต่างๆ เช่น กรดผลไม้,วิตามิน เอ หรือแม้กระทั่ง  สารสเตียรอยด์ต่างๆ ที่แฝงมาในครีมบำรุงรักษาฝ้า ทุกชนิด

2.ปกป้องผิวจากแสงแดดรักษาฝ้า ในช่วงเวลา10.00-16.00 น.ด้วยการใช้ รักษาฝ้า ยากันแดด,หมวก,ร่ม

3.ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าหากเป็นฝ้าแล้ว ควรหาวิธีรักษาฝ้า แก้ไขดังนี้

*  ทายารักษาฝ้า กลุ่ม  Azelaic (๒), Kojic , Arbutin, Licorice,วิตามินซี  ทั้งนี้ต้องระมัดระวังในเรื่องความแรงของยารักษาฝ้า และระยะเวลาที่ใช้

*  รับประทานวิตามิน ที่มีฤทธิ์ Antioxidant เช่น วิตามิน เอ และวิตามิน อี เพื่อลดรักษาฝ้า ความหมองคล้ำที่เกิดจากแสงแดด

*  รักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ Q-switched Nd-YAG Laser เป็นเลเซอร์ที่มีจำเพาะเจาะจงลงไปที่ กระและฝ้าโดยตรง เลเซอร์รักษาฝ้า นี้จะทำงานโดยการทำลายเม็ดสี เซลล์สี ให้แตกกระจายออก แล้วเม็ดเลือดขาวจะมาเก็บกินทำลายซากสีเหล่านี้ ทำให้ฝ้าค่อยๆ จางลง  แต่ มีดีก็มีเสีย หลายคนรักษาแล้วหน้าดำมากกว่าเดิม เพราะบางคนกังวลมากจึงรักษาด้วยเลเซอร์บ่อยเกินไป หรือบางครั้งคุณหมอที่รักษาใช้พลังงานคลื่นแสงแรงเกินพอดี  ปัจจุบันเลเซอร์ได้ถูกพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยการนำหลักการ แฟรกชั่นนอลเลเซอร์  (fractional laser)   ซึ่งกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ให้ผลการรักษาที่ดี ลดระยะพักฟื้น (down time) และผลข้างเคียงลดลงเมื่อเทียบกับเลเซอร์ประเภทเดิม(๔)

www.primadonnaclinic.com โทร 053-400862