การรักษาฝ้านั้นหลักสำคัญคือ

การรักษาฝ้านั้นหลักสำคัญคือ

หลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือเป็นฝ้ามากขึ้น ควรเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิดหรือยาชนิดอื่น ที่กระตุ้นให้ฝ้าคล้ำกว่าเดิม และพยายามเลี่ยงแสงแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่กันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB โดยควรมีค่า SPF ประมาณ 15-30 หรือมากกว่านั้น แต่ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ นั้นมักมีเนื้อเข้มข้น ซึ่งอาจทำให้ผิวมันและเกิดสิวได้ง่าย#ดูแลผิว#ผิวสุขภาพดี#บำรุงผิว

Fast-Fix#ดูแลผิว#ผิวสุขภาพดี#บำรุงผิว

Microdermabrasion การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี ถูกนำมาใช้ในการรักษาฝ้าเพื่อเร่งขจัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าให้หลุดลอกเร็วขึ้น ใช้ได้ผลสำหรับฝ้าที่อยู่ในชั้นตื้น ๆ แต่อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย หากกำหนดระดับความแรงในการทำงานของเครื่องมือสูงเกินไป อาจทำให้เกิดบาดแผลถลอกและมีเลือดออกได้เหมือนกัน Intense Pulsed Light (IPL) การรักษาด้วยเครื่องให้กำเนิดแสงความเข้มสูงที่มีเลเซอร์ในการรักษาให้เลือกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Q-Switch, Nd : YAG, Q-Switch Ruby และ Fraxel ซึ่งใช้เทคนิคต่างกันออกไป แต่มีหลักการเดียวกันคือให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวที่เกิดฝ้า ผิวหนังส่วนที่มีเมลานินมากกว่าปกติจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เมลานินที่เกินมาก็จะถูกทำลายและลดจำนวนลง ฝ้าก็จะจางหายไป

แม้จะเห็นผลการรักษาได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการเกิดเม็ดสีที่จะสะสมขึ้นมาใหม่ได้ ทำได้เพียงแค่หยุดการเกิดเม็ดสี ส่วนเกินเมื่อมันเกิดขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ก็มีโอกาสที่ฝ้าจะกลับมาอีก หลังการทำเลเซอร์ จึงต้องทายาลดจำนวนเม็ดสีควบคู่กับการใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมออยู่ นับได้ว่าการรักษาฝ้านั้นยังมีข้อจำกัดอยู่มาก และไม่สามารถรักษาให้หายได้ หากไม่รู้สาเหตุการเกิดฝ้าที่แน่ชัด ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ดีซะก่อน จึงจะปลอดภัย#ดูแลผิว#ผิวสุขภาพดี#บำรุงผิว

Slow-Fix

การพยายามรักษาให้รอยคล้ำนั้นจางลง ได้แก่#ดูแลผิว#ผิวสุขภาพดี#บำรุงผิว

เวชสำอางหรือผลิตภัณฑ์รักษาฝ้านั้นใช้วิธีการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออกไป เพื่อให้เมลานินถูกขจัดออกไปได้เร็วขึ้น โดยมักใช้กรด AHA หรือกรดวิตามินเอที่ค่อนข้างให้ผลดี แต่มีผลกระทบคือจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองง่ายและไวต่อแสงแดด#ดูแลผิว#ผิวสุขภาพดี#บำรุงผิว

www.primadonnaclinic.com