การจี้ไฝหูด ติ่งเนื้อ และขี้แมลงวัน 5

การจี้ไฝหูด ติ่งเนื้อ และขี้แมลงวัน 5

ไฝและขี้แมลงวันที่อยู่บนตัวเรานั้นมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้หากได้รับการกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ  เช่น  สัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมาก  ได้รับสารเคมีเป็นเวลานานจนเกิดการสะสม  เราจึงควรรู้จักสังเกตไฝและขี้แมลงวันบนตัวเราว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง  เพราะมีความเป็นไปได้ว่าไฝหรือขี้แมลงวันนั้นอาจเริ่มกลายเป็นเซลล์มะเร็งควรจี้ไฝออก

ตัวอย่างไฝที่ควรจี้ไฝออกเช่นมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นมีสีที่เข้มมาก  หรือสีไม่สม่ำเสมอ  หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสีไปจากเดิมมีผิวขรุขระ  ขอบเขตไม่ชัดเจน  หรือบริเวณตรงกลางของไฝนั้นมีลักษณะหนานูน  แต่ด้านข้างกลับเป็นรอยบุ๋มมีไฝขนาดเล็กกระจายขึ้นโดยรอบไฝเม็ดใหญ่มีอาการเจ็บ  ปวดบวมเมื่อสัมผัส  ระคายเคือง

หรือมีเลือดออกจากไฝหรือขี้แมลงวันนั้นซึ่งหากเราสังเกตว่ามีความผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้นกับไฝและขี้แมลงวันของเรานั้น  ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหรือจี้ไฝโดยทันที  เพราะอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้นั่นเองการกำจัดไฝและขี้แมลงวันที่นิยมในปัจจุบันการกำจัดไฝและขี้แมลงวันในปัจจุบันนั้นมักเป็นในแง่ของความสวยงามเป็นส่วนใหญ่

เพื่อให้สามารถอวดรูปร่างที่ไร้ตำหนิได้อย่างมั่นใจ  หรือบางคนก็เลือกจะกำจัดไฝและขี้แมลงวันออกเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้โหงวเฮ้งตัวเองดีขึ้น  หลายคนพยายามกำจัดไฝและขี้แมลงวันด้วยหลากหลายวิธี  เช่น  การใช้ปูนแดงที่มีฤทธิ์เป็นกรดทาเพื่อกัดให้ผิวบริเวณที่เป็นไฝหรือขี้แมลงวันหลุด  หรืออาจไปซื้อครีมกำจัดไฝที่วางขายทั่วไปตามข้างทางมาใช้เอง

ซึ่งวิธีการตามที่กล่าวมานั้นไม่อาจรับรองได้ว่าจะได้ผลหรือไม่  และตารางกันข้างก็อาจส่งผลเสียต่อผู้ที่ใช้วิธีนี้เอง  เช่น  การใช้กรดหรือปูนแดงนั้นหากกัดไฝออกได้จริง  แต่ก็ทำผิวหนังโดยรอบถูกกัดกร่อนจนผิวได้รับความเสียหายและกลายเป็นแผลเป็นได้ปัจจุบันมีรูปแบบการกำจัดไฝและขี้แมลงวันที่อาศัยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า  เพื่อให้มีความปลอดภัยและได้เผลมากขึ้น